«««$hI« No «Bu«...'s profile»-(¯`v´¯)-» راعيتـ ـ º««...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 01 พจนานุกรม(กวน)พจนานุกวน... 1 บุหรี่ : ใบยาสูบที่มีกระดาษพันอยู่โดยมีไฟติดอยู่อีกข้างหนึ่ง และมีคนโง่อยู่อีกข้างหนึ่ง หย่า : Future tense ของคำว่า " แต่งงาน" เลกเชอร์ : ศิลปะในการถ่ายทอดข้อมูลจากกระดาษโน้ตของอาจารย์ ไปยังกระดาษโน้ตของนักศึกษา โดยที่ไม่ผ่านหัวสมองของทั้ง 2 ฝ่าย ประชุม : ความงุนงงของคนคนหนึ่งที่มีมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์จบลง ยินยอม : ศิลปะในการแบ่งเค้กให้ทุกๆคน โดยทำให้แต่ล่ะคนคิดว่าตนเองได้เค้กชิ้นใหญ่สุด น้ำตา : พลังน้ำที่ผู้หญิง สามารถสยบความแข็งแกร่งของพลังงานแห่งความเป็นชายได้ พจนานุกรม : ที่เดียวที่คำว่า Success มาก่อนคำว่า Work ห้องประชุม : สถานที่ซึ่งทุกๆ คนจะส่งเสียง โดยไม่มีใครฟังและไม่มีใครยอมรับอะไร เจ้านาย : ใครบางคนที่ชอบมาทำงานเช้าในวันที่คุณเข้างานสาย และก็มาซะสายในวันที่คุณมาเช้า อาชญากร : ก็เหมือนคนเราๆ ท่านๆ นี่แหละ เพียงแต่ถูกจับได้ นักการทูต : คนที่บอกให้คุณไปลงนรกได้ด้วยวิธีพูด ที่ทำให้คุณอยากไปแทบจะรอไม่ไหว หมอ : คนที่ช่วยชีวิตคุณด้วยยาและฆ่าคุณทีหลังด้วยบิลค่ารักษา ทนายความ : คนที่ยื่นมือเข้าช่วยคนทำผิดกฎหมาย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นักโฆษณา : คนที่รู้จักเลือกพูดแต่ความจริงเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการเฉพาะครึ่งที่ดี นักร้องวัยรุ่น : เด็กหนุ่มสาวที่มีหน้าตาเป็นอาวุธ และเครื่องแต่งเสียงกับ sound engineerเป็นเพื่อนตาย หมอดูลายมือ : คนแปลกหน้าที่สามารถจับมือแฟนคุณได้ต่อหน้าต่อตา โดยไม่โดน... ข่าวลือ : สิ่งที่มีประสิทธิภาพไวกว่าแสง ประสบการณ์ : ชื่อที่มนุษย์ตั้งให้กับความผิดพลาดที่ทำในอดีต หาว : จังหวะเดียวในชีวิตที่ผู้ชายที่แต่งงานแล้วบางคน มีโอกาสได้อ้าปาก < February 19 สูตรเด็ดมาม่า ฮาชัวๆสูตรเด็ด มาม่า Ha Ha Ha คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ? ที่มีปัญหาทางด้านโภชนาการ... สูตรที่ 1 ] ไข่แดงพิโรธ !! ( 7 - 10 บาท ) [ สูตรที่ 2 ] สามแม่ครัวร้อนรัก !! ( 15 - 20 บาท ) [ สูตรที่ 3 ] ยาจกพิโรธ !! ( 5 บาท ) [ สูตรที่ 4 ] ไฮโซบ้านนอก !! ( 20 - 100 บาท )
[ สูตรที่ 6 ] มาม่า GMO !! ( 5 บาท ) คนมีแฟน กะ ไม่มีแฟน คุณจะเลือกอย่างไหนคนมีแฟน กะ ไม่มีแฟน คนมีแฟนแล้ว
อ่านแล้ว...โดน!!!โดนจริงๆอ่านแล้ว...โดน!!!โดนจริงๆ
การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว 10 ข้อ เอาไว้หลอกกอดสาวๆ(ได้ผลน๊า.)10 ข้อ เอาไว้หลอกกอดสาวๆ
1. ดูหนังผีมีลุ้น February 17 ฉากจบโดราเอมอนตอนที่2เรื่องราวการ์ตูนของหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินนี้มีมานานกว่าสิบสิบปีแล้ว เขียนกันจนกระทั่งผู้เขียนได้เสียชีวิตจากไป กระนั้นเรื่องราวก็ยังไม่จบแบบสมบูรณ์ แต่ทว่าที่ญี่ปุ่น ได้เผยถึงตอนจบที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตไว้คร่าว ๆ ว่าโนบิตะเป็นเด็กที่อ่อนแอที่เป็นโรคร้ายรักษาไม่หาย และกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาเป็นแรมปีแล้ว ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องทุกคนกำลังถอดใจ ก็ตัดสินใจที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล เขาเห็นคนรู้จักของเขาเกือบทุกคน ทั้งพ่อ แม่ เพื่อน ๆ ต่างมายืนล้อมรอบเตียงของเขา แต่เขามองไม่เห็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขานั่น คือ โดเรมอน . . เขาจึงถามหา .. แต่คำตอบที่ได้ก็คือ โดเรมอนนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องราวในความฝันของเขา ขณะที่เขาหลับเป็นเจ้าชายนิทราเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เขารู้สึกเสียใจมาก . . . วันรุ่งขึ้นขณะที่โนบิตะนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เขาก็ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ผลัดใบร่วงไปเกือบจะหมดต้นแล้ว อากาศในตอนนั้นหนาวเย็น โนบิตะนั่งถอนใจนึกถึงเรื่องราวของโดเรมอน . . . ทันทีที่ใบไม้ใบสุดท้ายหลุดร่วงลงจากต้น โนบิตะก็หมดลมหายใจจากไป . . . . ผู้เขียนได้เขียนตอนจบนี้ขณะที่เขาป่วย ก่อนที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ได้ลงตีพิมพ์ เพราะสมาพันธ์การ์ตูนแห่งประเทศญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า มันเศร้าเกินไป เด็กๆมีความผูกพันกับโดเรมอนมากทางด้านจิตใจ หากผลสรุปว่า โดเรมอนเป็นเพียงความฝันของเด็กไม่สบายคนหนึ่งเท่านั้น และสุดท้ายก็เสียชีวิต จะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ๆ มากเกินไป . . . ฉากจบของโดราเอมอนตอนที่1... บ่ายวันหนึ่ง ซึ่งก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันอื่นๆ ทั่วๆไป โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน และวิ่งขึ้นไปชั้น 2ไปที่ห้องของเขา โดเรมอนอยู่ในห้องนั้น และกำลังนอนอยู่ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติทุกๆ วัน "เฮ้ !! โดเรมอนตื่นเถอะแล้วไปเล่นด้วยกัน "โนบิตะชวน แต่โดเรมอนก็ยังไม่ตื่น โนบิตะคิดว่า โดเรมอนคงจะเหนื่อย ปล่อยให้นอนต่อไปดีกว่า ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอนกะชิซูกะและเพื่อนคนอื่นๆ ... 2-3 ชั่วโมงต่อมา โนบิตะก็กลับมาที่บ้านของเขาและโดเรมอนก็ยังคงนอนอยู่ โนบิตะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป "ปกติโดเรมอนไม่นอนนานอย่างนี้นี่นา " เขาพยายามจะปลุกโดเรมอน แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากโดเรมอน โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกโดเรมอน แต่ไม่ว่าโนบิตะจะพยายามทำอย่างไรก็ตาม โดเรมอนก็ไม่ตื่น ถึงตอนนี้โนบิตะรู้ชัดเจนแล้วว่ามีบางอย่างแปลกไป ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โนบิตะเริ่มร้องไห้ แม้ว่าจะร้องไห้หรือตะโกนร้องอย่างไร เจ้าหุ่นยนต์รูปแมวตัวอ้วนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างไร แล้วโนบิตะก็เกิดความคิดขึ้นมา!! เขากระโดดลงไปในลิ้นชักโต๊ะของเขา, ใช่แล้ว ไทม์แมชชีนนั่นเอง โนบิตะใช้ ไทม์แมชชีน ไปในอนาคตไปหา โดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะไปขอความช่วยเหลือจากโดเรมี และพาเธอกลับมากับเขา ...กลับมาในปี 1998 หลังจากนั่ง ไทม์แมชชีน กลับมายัง ปี 1998 โดเรมีก็ไปตรวจ ระบบต่างๆ ในตัวของโดเรมอน เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับโดเรมอน-พี่ชายของเธอ หลังจากนั้นไม่นาน โดเรมีก็บอกว่า "แบตเตอรี่ของโดเรมอนหมด" โนบิตะได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และบอกกับโดเรมีว่า "แบตเตอรี่หรือ? โดเรมอนไม่ได้เสียหายอย่างอื่นใช่ไหม งั้นจะรีรออะไรอยู่ล่ะ ก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้เขา และทำให้โดเรมอนตื่นกลับมาเหมือนเดิมสิ" แต่ .. โดเรมี ส่ายหัวและพูดขึ้นว่า "โนบิตะซัง ฉันควรทำอย่างนั้นเหรอ?" "อะ . . .อะไรนะ โดเรมี เธอหมายความว่ายังไง??" โดเรมีตอบว่า "ก็ แบตเตอรี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้ ใกล้กับกระเป๋าหน้าของเขา และไฟมันหมดแล้ว ซึ่งแต่เดิมแล้วโดเรมอนจะมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ที่หู แต่ว่าโนบิตะ ก็อย่างที่รู้ๆกันแหล่ะว่า หูของโดเรมอนถูกหนูแทะกินไป เมื่อหลายปีมาแล้ว ดังนั้นตอนนี้โดเรมอนก็เลยไม่มีแบตเตอรี่สำรอง" "แล้วมันหมายความว่าอย่างไรละ" โนบิตะสงสัย "ก็หมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดเรมอน ความทรงจำทุกอย่างของโดเรมอนก็จะหายไปจากส่วนของหน่วยความจำนะสิ" "อะไรนะ?" "แล้วเธอยังจะให้ฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้อย่างนั้นหรือ" โนบิตะหลับตาแล้วร้องไห้ . . . แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยุดร้องและบอกโดเรมีจังว่า "โดเรมี,ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มา ฉันจะดูแลโดเรมอนเอง เธอกลับไปอนาคตเถอะ" โดเรมีจังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยโนบิตะดี, เธอเข้าไปกอดโนบิตะเพื่อปลอบใจ และก็กลับไปอนาคต หลังจากโดเรมีกลับไป โนบิตะอุ้มโดเรมอนขึ้น ยกโดเรมอนวางไว้ในตู้ที่นอนของโดเรมอนตามเดิม . . .วัน- เวลาผ่านไป . . . ปี ค.ศ.2010 . . . โนบิตะโตขึ้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเปลี่ยนไป เขาทุ่มเทเรียนอย่างหนัก ไม่มีการร้องไห้อีกต่อไป และเขาก็มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีโดเรมอน เขาได้บอกชิซูกะและทุกๆคนว่า โดเรมอนได้กลับไปสู่อนาคตของเขาแล้ว และจะไม่สามารถได้พบกับโดเรมอนได้อีกต่อไป ทุกอย่าง ต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกันและในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน . . . โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างห้องของเขาให้กลายเป็นห้องทดลอง และทุ่มเทศึกษาอย่างหนักในงานของเขาตลอดทั้งวัน เขาได้บอกชิซูกะว่าไม่ให้เข้ามาในห้องทดลองของเขา เพราะมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย แต่แล้ววันหนึ่ง เขากลับเรียกชิซูกะให้เข้าไปในห้องของเขา ห้องทดลองซึ่งเขาเคยบอกว่าเต็มไปด้วยอันตราย มันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะได้เข้าไปในห้องทดลองของสามีของเธอ และเมื่อเธอเข้าไป . . เธอถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก ! เพราะสิ่งที่เธอเห็น .. เพื่อนเก่าของเธอ ผู้ที่เธอเคยเล่นด้วยในวันเด็ก "โดเรมอน" โดเรมอนไม่ได้เคลื่อนไหว มันดูเหมือนว่าเขากำลังหลับ "ดูนะชิซูกะ ฉันจะเสียบปลั๊กเดี๋ยวนี้แหละ . . " โนบิตะเปิดสวิชส์หลักของโดเรมอน โดเรมอน ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว . . . . . มันเป็นช่วงเวลาสำหรับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ว่า "ผู้ประดิษฐ์โดเรมอน . . . เป็นใคร" มีคำตอบที่ชัดเจน คนนั้นคือ โนบิตะ นั่นเอง . . . โนบิตะเรียนอย่างหนัก และทุ่มเท เพื่อที่จะได้พบได้คุยกับเพื่อนเก่าของเขา "โดเรมอน" อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้นั้น โนบิตะเป็นผู้ที่สร้างโดเรมอนขึ้นมา เขาได้ค้นพบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และโปรแกรมทั้งหมด ของหุ่นยนต์ที่เป็นแบบฉบับของโดเรมอน โนบิตะและชิซูกะ ร้องไห้เบาๆ ด้วยความยินดี . . . . โดเรมอนลืมตาขึ้นมา . . มองไปรอบๆ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า "โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?" เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน วัน-เวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน . . . . . . 30 ข้อดี ของการกินเหล้าหมวดส่งเสริมอาชีพ 1. คนขายเหล้ารวยขึ้น พนักงานโรงงานเหล้ามีรายได้ 2. หมอมีงานทำมากขึ้น 3. บริษัทยาและเครื่องมือแพทย์มีรายได้มากขึ้น เพราะว่าคนเป็นตับแข็ง เสี่ยงที่จะเกิดเลือดออกในกระเพาะมากขึ้น อุปกรณ์และยาเหล่านี้ครองมูลค่าตลาดหลายล้าน 4. เฮียปอ และตำรวจมีงานมากขึ้น 5. หนังสือพิมพ์อยู่ได้เพราะข่าวที่เป็นผลพวงจากเหล้านี่แหละ ปล้นฆ่าข่มขืน เกินครึ่งฉบับ 6. หนังสือเกี่ยวกับเหล้ามีมากมายพอๆกับหนังสือเพื่อสุขภาพ 7. ทำให้พระมีเรื่องเทศน์ 8. เป็นจุดเชื่อมต่อทางศาสนาต่างๆ เพราะไม่มีศาสนาใดบอกว่าการกินเหล้าเมามายเป็นเรื่องดี 9. มุขแป้กๆของละครเวลาไม่รู้จะเขียนบทยังไงดี จะเขียนให้วัยรุ่นกินเหล้าเมาฉุดนางเอก ถ้าเป็นหนังโรงพระเอกจะโดนยำ ถ้าเป็นละครทีวีพระเอกจะโดนมา1แผล ถ้าเป็นหนังชีวิตนางเอกจะไม่มีคนช่วย 10. เมื่อรัฐบาลส่งเสริมอาชีพ พบว่าอาชีพผลิตเหล้าเป็นอันดับต้นๆที่คนไทยคิดออก หมวดความรู้ทั่วไป 11. ขวดเบียร์ที่กินหมดแล้ว เอาไปตั้งดักแมลงสาบได้ แค่วางเอียงๆแหละ 12. สมัยเด็กๆจะเอาขวดเหล้าไปทุบละเอียดผสมกาวทาสายป่านว่าวเอาไปแกล้งตัดว่าวคนอื่นได้ 13. สายลับใช้ขวดเหล้าฆ่าคนได้โดย เอาก้นขวดกระแทก(แข็งนะ) เอาปากขวดกระแทกเบ้าตา หรือฟาดให้แตกแล้วปาดคอ 14. คนไทยใช้เหล้าฆ่าคนโดยเอาแก้วเหล้ากระแทกปาก และซื้อฝากเพื่อนๆ 15. ยี่ห้อเหล้าเมืองไทย มีมากกว่ายี่ห้อนม ... สร้างรายได้ให้ผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 16. เหล้ามีกลุ่มเป้าหมายแคบกว่ากลุ่มเป้าหมายของนม.. แต่ส่วนแบ่งตลาดต่างกันลิบลับ 17. เหล้าทำให้ตับแข็ง และทำให้"ไอ้นั่น"อ่อน ควบคู่กันไปอย่างอัศจรรย์ 18. คนเมามีสามกลุ่ม 1.บอกว่าตนเองเมาแล้ว 2. บอกว่าไม่เมา 3. พูดไม่ได้เพราะสลบไปแล้ว 19. มากกว่าครึ่งของการบาดเจ็บของบุคลากรทางการแพทย์ในห้องฉุกเฉิน เกี่ยวกับคนที่เมาเหล้า ดังนั้นเป็นข้อได้เปรียบของคนที่เกลียดหมอนะ ดื่มเข้าไปเลย 20. เหล้ามีข้อดี ขนาดที่ว่ามีโทษมากมาย แต่รัฐบาลยังไม่ห้าม แปลว่ามันต้องมีข้อดีอันลึกลับแน่นอน หมวดสังคม 21. เหล้าทำให้เด็กกร้านโลก กล้าทำในสิ่งที่เด็กไม่กล้าทำเช่นปล้น ฆ่า ข่มขืน ... เป็นวิธีที่รวดเร็วในการพัฒนาเด็กเป็นผู้ใหญ่ 22. เหล้าทำให้พ่อเด็กจำนวนมากตายไปในรูปแบบต่างๆ เด็กในครอบครัวเหล่านี้จะรู้จักช่วยตนเองสู้ชีวิตมากขึ้น 23. ทำให้หมอแมวมีเรื่องเขียนไปวันๆ 24. เหล้าทำให้ครอบครัวอบอุ่น เร่าร้อน เหงื่อท่วมตัว จากการออกกำลังทำร้ายร่างกาย และพัฒนาต่อมน้ำตาของเด็กๆให้เจริญเร็วไม่เป็นโรคตาแห้ง 25. เหล้ามีบทบาทป้องกันประเทศรัสเซียยามสงครามมาแล้ว ในฐานะ Molotov''''s cocktail อันลือลั่น 26. เหล้าทำให้เราเห็นความรักอันสูงยิ่งของแม่ต่อลูก หลายครั้งที่แม่ถูกลูกเมาเหล้าเตะถีบผลักจนแขนหักขาหัก แต่แม่ยังไม่เอาเรื่อง 27. มนุษย์และลิงเป็นสัตว์สังคมที่สูงชั้นกว่าหมาแมว ดูสิ หมาแมวมันยังไม่กินเหล้าเลย 28. ลองนึกดูสิ ว่าเหล้าทำให้ประชากรตายไปมากแค่ไหน ถ้าไม่มีมัน โลกเราคงมีคนเยอะแยะมากมาย 29. เป็นอุปกรณ์สากลที่ทำให้ไทยจีนฝรั่งคุยกันรู้เรื่องดีกว่าวุ้นแปลภาษาของโดเรมอน 30. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย เริ่มเรื่องด้วยของที่ผมเขียนไว้เมื่อ2-3ปีก่อนเอามานั่งเรียบเรียงใหม่ แต่ก็ยังดูทันสมัยอยู่เหมือนเดิม คิดว่าเพราะเหล้าก็ยังเป็นของที่ยังคงทันสมัยอยู่เหมือนเมื่อ1000ปีก่อนอยู่ดี อย่างที่บอกแหละครับ เหล้ามีข้อดีมากมาย เพราะไม่เช่นนั้นขนาดมันจะเป็นต้นเหตุแห่งความ....ทั้งปวง แต่รัฐบาลก็ไม่ห้าม ผมทำงานในสถานที่ราชการ แต่ก็ยังต้องเจอคนเมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 1.เมาแล้วเกิดเรื่องบาดเจ็บ 2.เข้ามาเมาในโรงพยาบาล 3.เมาแล้วยังตามญาติที่ป่วยมา(นอกจากไม่ช่วยแล้วยังมาก่อกวนและทำให้สับสนอีก) บางคนก็ไม่มีอะไร เมาแล้วน่ารัก คุณลุงเมาแล้วรถล้ม เป็นแผลยาวที่ขา ล้างแผลเสร็จจะฉีดยาชาเย็บ ลุงก็บอกว่า "ไม่ต้องหรอกหมอ เจ็บแล้วจะได้จำ"(ลุงพูดแบบเมาๆ) หลังจากพยายามอยู่หลายทีและคิดว่าขืนจะฉีดยาชาก็คงถูกปัดจนมาแทงตัวเองแน่ๆ คุณลุงก็เลยโดนเย็บสดไป เย็บไปก็ซู้ดปากไป .... แต่ก็ทำเอาคนเตียงข้างๆที่เมาบาดเจ็บแล้วโวยวายถึงกับเงียบไป นี่เป็นตัวอย่างเดียวที่ผมพอจะนึกได้ในตอนนี้ แต่ที่เหลือที่จะเล่าต่อไปนี้ คือเรื่อง "ข้อดีของเหล้าที่พาคุณให้หลุดพ้นภพชาตินี้ไป" ก่อนจะเล่า ผมคงต้องออกตัวก่อนเพื่อไม่ให้โดนดักคอว่าคนไม่ดื่มเหล้าไม่เข้าใจหรอกว่าเป็นอย่างไร ผมเองเริ่มดื่มเหล้าเมื่อเรียนมหาวิทยาลัยปี1 ดื่มตามเพื่อนต่างคณะ เพราะว่าไปเข้าวงคุยสนทนาแล้วอยากลอง หลังจากดื่มก็รู้สึกชอบความรู้สึกเมากรุ่นๆ ก็เลยดื่มมาเรื่อยๆวันละเป๊ก เช้าบ้างเย็นบ้าง เรียกว่าต้องมีขวดเหล้าวางแอบในตู้หนังสือตลอดเวลา ดื่มแบบนี้มาเรื่อยๆ นานๆทีมีตั้งวงก็ไปดื่มบ้างพอกรุ่นๆไม่เคยเมาเต็มรูปซักที จนผ่านมาถึงปีสามก็หยุดไปสองสามเดือน แล้ววันหนึ่งไปตั้งวงดื่มแล้วดื่มหนักมากไปหน่อย ก็เกิดอาการวูบไป(จำได้ว่ากำลังคุยอยู่แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก นอกจากภาพลางๆร่วมกับที่เพื่อนเล่าว่า ผมอ้วกออกมาแล้วก็พูดไม่รู้เรื่อง ต้องหามไปฉีดน้ำตาลเข้าเส้น(กว่าจะไปถึงมีแต่คนใจหายใจคว่ำว่าจะตายหรือเปล่า) มาฟื้นอีกทีก็ตอนที่ฉีดเข็มที่สอง.... จากนั้นมาผมเข็ดขยาดและแทบไม่แตะเหล้าอีกเลย มองย้อนไปเพียงแค่เรื่องเดียวผมก็รู้สึกว่าแค่เหล้าเฉยๆ ไม่ได้ไปขับรถ มันก็ฆ่าคุณได้แล้ว เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมมักพูดกับเด็กวัยรุ่นที่เมาเข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน(หลังจากประเมินว่ามันลุกมาเตะผมไม่ได้) เริ่มเล่าแล้วกัน นอกเรื่องมาเยอะแล้ว วิธีที่เหล้าจะพาคุณพ้นชาติภพได้โดยหมอเข้าไปเกี่ยวข้องมีหลายวิธีดังนี้ 1. ทำให้ดูเหมือนบาดเจ็บน้อยกว่าที่เป็น ถึงคุณจะไม่ได้เป็นคนขับและเมา ส่วนคนขับไม่ได้เมาแล้วมาขับ แต่ไม่ได้แปลว่าคนไม่เมาจะไม่เกิดอุบัติเหตุ... พอรถที่ขับพาคนเมาทั้งคันกลับบ้านหลังจากเมาได้ที่กันมาทั้งหลุ่ม ปัญหาที่เกิดตามมาก็คือ "คุยไม่รู้เรื่อง" คุยรู้เรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะว่าเมื่อโดนเข็นเข้ามาในห้องฉุกเฉิน อย่างแรกที่จะโดนประเมินคือเรื่องสติ ตามด้วยการหายใจและระบบหัวใจ ซึ่งการคุยรู้เรื่องหรือพอพูดได้ จะทำให้การดูแลเป็นไปได้เร็ว (คนที่พูดได้ดังฟังชัด อย่างน้อยการหายใจก็โอเคพอที่จะอยู่ไปได้อีกหน่อย) การดูแลก็จะดูคนที่หนักที่สุดก่อน แต่ถ้าปรากฎว่าเมากันหมด ก็ต้องมานั่งตรวจทีละคนว่าใครพอไหวใครแย่..... ดังนั้นคนที่ไปกับคนเมาก็โปรดรู้ไว้ด้วยว่าวินาทีที่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสตายหรือพิการของคุณมีค่าดังนี้ โอกาสตายหรือพิการ = โอกาสตายปกติถ้าไปคนเดียว x จำนวนคนเมาที่นั่งมากับคุณ คนที่เมาก็ยังมีปัญหาอีก เนื่องจากการตรวจบางอย่างจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากคนที่ตรวจ คนเมามีโอกาสที่จะไม่ร่วมมือโดยไม่รู้ตัว เช่นถามว่าเจ็บไหมก็ตอบว่าไม่เจ็บ(บางครั้งแขนหักเห็นชัดๆจับไปยังบอกไม่เจ็บ) หรือบอกให้หายใจก็ไม่หายใจแรงๆหรือเอาแต่พูดจนฟังปอดไม่ได้ ทำให้หมอตรวจภาวะที่อันตรายต่อชีวิตบางอย่างไม่ได้ หลายคนเมาแล้วโวยวาย ตรวจไม่ได้ไม่ยอมให้x-rayไม่ยอมให้ดูแล.. กลับบ้านไปแล้วอาการหนักมาแล้วมาโวยทีหลังก็มีพอประมาณ ซึ่งก็ยังดีที่มีแรงโวย บางคนกลับไปแล้วไม่ได้กลับมาอีก ก็เป็นทางหนึ่งที่พาพ้นภพชาติได้ แต่ดูเหมือนว่าข้อนี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับหมอมากนัก เพราะว่าหมอเองยังไม่ได้ตรวจเลย คนไข้บอกว่าไม่เป็นไรแล้วแล่นกลับไปแล้ว 2. เป็นตัวกระตุ้นโรคต่างๆ คนไข้รักษาความดันเลือดสูงมาหลายปี คุมไม่ค่อยได้ ขาดยาหลายครั้ง วันหนึ่งถูกพามาโรงพยาบาลโดยสลบไม่รู้เรื่อง ลูกๆหลานๆลงความเห็นว่า"แพ้ยาความดันที่หมอให้ไป" ผมก็งงเพราะว่าคนไข้ได้ยาตัวนี้มาหลายปี ตอนที่ได้รับตัวคนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจไปแล้ว ก็ตรวจร่างกายและถามว่าเรื่องราวเป็นมายังไง รอบแรกได้ความว่า ปกติแกไม่กินยาความดัน วันนี้แกเอายามากิน หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงก็มีคนไปเจอแกล้มลงกับพื้น ตรวจร่างกายเสร็จลองถามใหม่อีกรอบว่า แล้วปกติไม่กิน ทำไมวันนี้มากิน มีไปโมโห โกรธ ออกแรงหนักๆหรือทำอะไรมากกว่าปกติไหมรอบสองได้คำตอบว่า วันนี้กินเหล้าตามปกติ แล้วเกิดอาการปวดหัว ก็เลยไปเอายาความดันมากิน ผมก็เลยบอกไปว่าที่ตรวจมาก็เจอลักษณะที่เข้าได้กับเส้นเลือดแตกในสมอง น่าจะเกิดจากการดื่มเหล้าแล้วความดันสูงจนปวดหัวแล้วเกิดเส้นเลือดแตกมากกว่า ลูกๆหลานๆหลายคนก็ยังยืนยันมาว่า แกไม่แพ้เหล้ามาก่อน ดังนั้นไม่น่าจะเกิดจากเหล้า แต่น่าจะเป็นยาลดความดันนี่แหละที่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก...(แต่ก็ยังดี มีบางคนฟังแล้วเข้าใจ) ตรงเรื่องนี้ ผมขอยืนยันว่าทุกคนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะคนอายุมาก แพ้เหล้ากันทุกคน โรคหัวใจขาดเลือด กินเหล้าแล้วหัวใจเต้นเร็วจนอาการกำเริบ หัวใจขาดเลือดตาย โรคเบาหวาน กินแล้วบางคนก็น้ำตาลต่ำจนตาย บางคนก็น้ำตาลพุ่งสูงจนตายก็มี แปลกดี โรคความดัน กินแล้วความดันพุ่ง เส้นเลือดระเบิดในหัว แบบนี้ก็ตาย โรคตับแข็ง บางคนรู้ว่าตับแข็งแล้วก็ยังดื่ม วันดีคืนดีอ้วกสองสามครั้ง แล้วก็อ้วกพุ่งเป็นเลือดสดๆ ตายตั้งแต่ยังไม่ทันเอาขึ้นรถมารพ. โรคปอดต่างๆ.. บางคนก็กินไปพอหลับก็อ้วกที เป็นซ้ำๆหลายครั้งจนอยู่มาก็มีไข้ ปรากฎว่าเป็นไข้เนื่องจากสำลักเหล้าเป็นปอดบวม ตายเหมือนกัน(โดนกรดในกระเพาะ+เหล้ากัดเนื้อปอด ตามด้วยเชื้อโรคซ้ำ) 3. โดนวางยา โดยผู้หวังดีในครอบครัว หรือบางครั้งโดยหมอ มียาตัวหนึ่ง กินเข้าไปไม่เป็นไร แต่พอกินเหล้าตามจะทำให้เหล้าคั่ง เกิดอาการพิษของเหล้าขึ้นมาได้ ปกติจะใช้อยู่ในกรณีผู้ติดเหล้าเรื้อรังและเห็นว่าจะต้องใช้โดยผ่านใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น แต่ก็มีกรณีคนในครอบครัว บางครั้งไปซื้อจากร้านขายยามา แอบเอาใส่ให้คนไข้กินหรือดื่มกับอาหารปกติ โดยเข้าใจผิดว่าจะทำให้ไม่อยากเหล้า แต่พอคนไข้ไปกินเหล้าหนักๆเช่นเคย ก็เกิดอาการอย่างหนักขึ้นมาขณะอยู่คนเดียว จนท้ายที่สุดมาที่โรงพยาบาล อยู่ได้อีกไม่กี่วันก็ตาย สาเหตุก็ไม่แน่ชัดแต่คิดกันว่าตอนที่พิษขึ้นสูงๆ เกิดล้มลงอาเจียนแล้วสำลักอาเจียนจนขาดอากาศสมองตายไป ยาตัวนี้ ปัจจุบันไม่ทราบว่าควบคุมกันไปแบบไหนแล้ว แต่เคยไปลองหาซื้อดูก็ไม่เคยซื้อได้สักที(เคยโดนเภสัชซักอีกต่างหากว่าจะเอาไปทำไม) นั่นเป็นกรณีคนในครอบครัวทำโดยไม่รู้เท่า + คนขายยาที่อยากขายแต่ถ่ายเดียว กรณีที่เกิดจากหมอก็มี เรื่องคือเคยจะจ่ายยาฆ่าเชื้อตัวหนึ่งให้คนไข้ที่ออกจากรพ.โดยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินอาหารไป แล้วก็โดนเภสัชแทงหนังสือกลับมาเป็นใบว่า "ให้พิจารณาเปลี่ยนยา เนื่องจากผู้ป่วยกินเหล้าอยู่ อาจเกิดอันตรายได้" ผมก็เลยงงๆ เพราะว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ายาตัวนี้มันมีผลข้างเคียงแบบนี้ และงงที่ทำไมต้องเขียนกลับมาให้เราเปลี่ยนยาด้วย แต่พอโทรไปถามแล้วลองเปิดดูประวัติเดิมก็รู้ว่าคนๆนี้ติดเหล้าอย่างร้ายกาจ ก็เลยต้องเปลี่ยนใจเอากลับเข้ามานอนให้ยาต่อในโรงพยาบาลจนครบ ระหว่างนอนรพ. ก็เกิดมีอาการของคนขาดเหล้าให้เห็นอย่างชัดเจน โชคยังดีที่ไม่ปล่อยให้กลับไปโดยสั่งงดเหล้า ไม่ยังนั้นเกิดคนไข้ไปเป็นอะไรที่บ้าน ไม่ว่าเกิดพิษเหล้าคั่งจากยา หรือชักเพราะงดเหล้า หมอแมวก็คงโดนทนายยื่นโนติสข้อหาวางยาคนไข้หรือไปสั่งให้คนไข้งดเหล้าแน่ๆ 4. ในระยะยาว มันไม่ดีกันทั้งนั้น คนที่ดื่มเหล้าแต่ว่าแคล้วคลาด ไม่โดนยิงแทงมีเรื่องกับใคร กินที่บ้านไม่ได้ไปซิ่งที่ไหน ก็ไม่ได้รอดไปอย่างดีนัก โรคอย่างที่หนึ่ง โรคกระเพาะ ทั้งปวดกระเพาะ เจ็บกระเพาะ หนักๆหน่อยก็อาเจียนเป็นเลือดหรือกระเพาะทะลุ โรคอย่างที่สอง ตับอ่อนอักเสบ หลังดื่มเหล้าแล้วเกิดอาการปวดท้องที่ลิ้นปี่อย่างแรง ปวดทะลุร้าวไปที่หลัง พอตรวจดูว่าไม่ได้เป็นโรคที่ต้องผ่าตัดทั้งหลายและเจาะเลือดดูว่าเป็นโรคนี้จริง การรักษาก็คือ "นอนเฉยๆ" ถูกต้องครับ นอนเฉยๆ ห้ามกินน้ำและอาหาร ส่วนเรื่องต่างๆที่เหลือคุณจะไม่ได้กำหนดเองเลย อาการจะมากน้อยหรือเป็นตายขึ้นกับ -ขนาดความรุนแรงของโรค- -การดูแลให้สารน้ำ น้ำเกลือเวลาช๊อค-....แต่ที่ไหนก็รักษาเหมือนๆกัน ดังนั้นเรียกว่ารอดหรือไม่รอด ปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งก็คือดวง ถ้าเป็นหนักมากๆ หมอก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกันสำหรับโรคนี้ โรคอย่างที่สาม ตับแข็ง... หลังจากตับแข็งจะมีอาการของเลือดที่ท้นไปที่อื่น เกิดเส้นเลือดโป่งพองตามที่ต่างๆ เช่น ริดสีดวง เส้นเลือดขอดที่หน้าท้อง เส้นเลือดโป่งในหลอดอาหาร วันดีคืนดี ก็แตกโพละ แล้วก็อ้วกเป็นเลือด หรือไม่ก็ถ่ายเป็นเลือด .... ลองนึกดูแล้วกัน เลือดออกทางก้นจนตาย..น่าดูไหม โรคอย่างที่สี่ ตับวาย หลังจากตับได้ทำหน้าที่อันซื่อสัตย์จนตายหมดทั้งใบ เจ้าของก็จะเริ่มแย่ ด้วยอาการเหลืองไปทั้งตัว ของเสียต่างๆที่ตับเคยช่วยกำจัด ก็คั่งไปตามที่ต่างๆโดยเฉพาะสมอง มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่หวังเรื่องรักษาจนหายขาดแล้วล่ะครับ รอเวลาอย่างเดียว อ่านข้อดีของเหล้าทั้งหลายนี้แล้วก็ลองเลือกกันดูนะครับว่าจะเอาแบบไหนดี เอาแบบเร็วๆ พุ่งลงคลอง แล้วเดี๋ยวตำรวจมาตามผมไปชันสูตร เอาแบบปานกลาง แผลฉีกขาดแล้วเข้ามาโวยวายในห้องฉุกเฉิน ผมจะรอจนกว่าสงบแล้วค่อยเข้าไปเย็บแผล ถ้าไม่สงบแม้พยาบาลจะเข้าไปเย็บก็ไม่ยอม หรือเอาแบบช้าๆ เหลืองอร่ามทั่วมาเจอผมก็ได้ แต่คงแย่หน่อย เพราะว่าคงคุยกันรู้เรื่องไม่นาน แบบไหนก็ได้ครับ มีแต่ข้อดีทั้งน้าน อ่านแล้วมะควรทำน๊า..เอามาให้อ่านเล่นๆ ขำขำเบื่อผัว ต้องเล่นชู้ อย่าให้รู้ ถึงผัวได้ เล่นชู้ ต้องไวไฟ อ่อยเข้าไว้ ไม่เสียแรง รักชู้ ต้องเข้มแข็ง ชู้เล่นแรง ต้องทนไหว รักชู้ ต้องเข้าใจ เล่นแบบไหน ต้องรู้ทัน รักชู้ ต้องแข็งแรง ต้องเหลือแรง เผื่อชู้มา รักชู้ อย่าลีลา เมื่อชู้มา อย่าเล่นตัว รักชู้ ต้องมารยา ผัวไม่มา สงสัยได้ รักชู้ อย่าจู้จี้ ถ้าชู้หนี จะเสียศูนย์ รักชู้ ต้องทุ่มทุน คอยเกื้อหนุน และส่งเสีย รักชู้ อย่าอ่อนเพลีย ชู้อาจเขี่ย ทิ้งก้อได้ รักชู้ ให้แนบเนียน อย่าผิดเพี้ยน ให้ผัวเห็น รักชู้ ต้องใจเย็น ร้อนใจเล่น จะเสียการ รักชู้ ควรจะรู้ อย่าให้ชู้ ต้องคอยนาน รักชู้ ต้องจัดสรร เพราะชู้นั้น สำคัญกว่า รักชู้ รู้เวลา ชู้จะมา ผัวต้องไป รักชู้ ต้องปั่นหัว อย่าให้ผัว ฉุกคิดได้ รักชู้ ต้องเอาใจ เหงาเมื่อไหร่ ต้องรีบมา รักชู้ ต้องยอมชู้ ไม่งั้นชู้ จะชิ่งไป รักชู้ ต้องปันใจ รักผัวให้ น้อยกว่าเดิม รักชู้ ต้องหน้าตาย หลอกผัวได้ ไม่เคลือบแคลง รักชู้ อย่าอ่อนแรง หมั่นพลิกแพลง อารมณ์ได้ รักชู้ อย่านอกใจ ชู้ของใคร ชู้ของมัน รักชู้ ต้องใจกล้า หากผัวมา ซ่อนชู้ไว้ รักชู้ ต้องหัวไว ผัวจับได้ ตายแน่เอย !!!!! 14 อาการของคนกำลังมีความรัก1. อยากเห็นหน้าไม่งั้นบ้าตาย 2. คิดถึง ... ตั้งแต่ตื่นนอน ... จนถึงเข้านอน ... หรือไม่ก็ฝันมันซะเลย ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ 3. เห็นหน้าเขาคนนั้นทีไร หัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล 4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้และระยะไกล ไม่ให้เขารู้ตัว ไม่กล้าสบตา เดี๋ยวเขารู้ 5. เกาะติดสถานการณ์ เห็นเขาอยู่ไหน พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ใกล้ 6. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากได้ยินเสียง อยากยิ้มให้ 7. โรแมนติกขึ้นมาหน้าตาเฉย มีการพับดาวใส่ขวด เขียนกลอน เพ้อรำพึงรำพัน 8. เห็นเขาเดินกับใคร คุยกับใคร หัวใจปั่นป่วนจวนจะระเบิด 9. หวั่นไหวไปกับเสียงเพลง และมิวสิควีดีโอ แอบยิ้มหวานคนเดียว 10. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน 11. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วนตัวของเขา เกิดวันไหน เรียนห้องไหน บ้านอยู่ไหน เบอร์โทรอะไร หาให้วุ่น 12. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ดูหนังฟังเพลงแบบไหน อะไรนะที่เป็นของโปรด 13. เริ่มคิดหนักว่าเขามีใครเป็นหวานใจหรือยัง แล้วอย่างเรานี่สเป็กเขารึเปล่าเนี่ย เริ่มจินตนาการไปต่างต่างนานา 14. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดวงดาว ลมหนาว ดวงจันทร์ ยันดวงอาทิตย์ ช่วยให้สมหวังทีเท๊อะ February 11 ทายนิสัย จากเครื่องดื่มชอบดื่มน้ำหวาน ชอบดื่มน้ำอัดลม ชอบดื่มกาแฟ ชอบดื่มน้ำชา ชอบดื่มไวน์ ชอบดื่มเหล้า ชอบดื่มเบียร์ ดื่มได้ทุกอย่าง
February 10 วันสิ้น วันลาจาก วันเริ่มต้นเมื่อวานนี้เปงวันสุดท้ายของกานเรียนหนังสือแร้ววคิดๆไปก้อน่าเศร้าจะไม่ได้เจออาจานไม่ได้เจอกับเสียงบ่นเสียงว่าของท่านอีกต่อไปแระเปงวันสุดท้ายที่จะได้เจอหน้าน้องเฮ้อคิดๆไปก้อเซงเหมือนเพิ่งมาอยู๋ ร ร นี้ได้ไม่กี่ปีเองก้อจบแระเวลามันผ่านไปเร็วจิงๆตอนบ่ายของวันนั้นมีกิจกรรมปัจฉิมนิเทศน์ ก้อเพิ่งจะรุ ว่ายุ ร ร นี้มาตั้งนาน จะมีคนรุจัก ขนานนี้ ได้ของมาก้อพอควรล่ะ แระก้องง นิดๆว่าไคหว่าาาเวลามาทัก ก้อไม่รุจะทำหน้ายังไง งง ตัวเอง ยุ55+ ได้ถ่ายรูปคู่กะน้องๆที่อยากถ่ายตั้งเยอะ หุหุ ดีจายเด้วะ เกิดมาไม่เคยดีใจกะเสียใจหร้องกันได้ขนาดนี้เรยยยเฮ้อออเหลือเชื่อๆ พอตอนกลางคืนมีพิธีประเพณีของ ร ร ของเรา เปงพิธีที่จัดได้ดีมาก มากจนซึ้งทำไห้เรา บ่อน้ำตาแตกเรยยย ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แร้ว ว่าจะไม่ร้องมันก้ออดไม่ได้ มันเปงความตื้นตัน ดีใจ เศร้าใจ แระปวดใจ ไปพร้อมๆกัน ในชีวิตนี้ก้อเพิ่งเคยเจอก้อวันนี้ล่ะในพิธีตอนท้ายมีการนจับมือน้องๆม.4-5แระก้อม.6จับมือกันเองเพื่ออำลากันเปงวันสุดท้ายที่จะได้เจอกัน(ไม่นับวันสอบ)น้องๆเกือบทุกคนก้อพากันร้องไห้จับมือหรือโอบกอดกับพวกเราทำให้เรารุว่ายังมีน้องๆที่รักเราให้กำลังใจพวกเราอยู๋อีกเยอะแยะ ยิ่งเหงเพื่อนร้องไห้แระยิ่งกลั้นน่ำตาไม่ไหวพอจบจากการจับมืออำลา อาจาน สุกัญญา ก้อเข้ามาพูด พร้อมน้ำตา แระสั่งสอนพวกเราเปงวันสุดท้ายหลังจากนั้นก้อถึงคิวอาจาน ศักสิทธิ์ พูดบ้างยิ่งพูดยิ่งทำให้น้ำตาไหล มันไหลออกมาเอง วันเปงวันที่ดีที่สุดในชีวิตอีกวันหนึ่ง ของกานเปงนักเรียนไม่มีไรมากแค่อยากบอกว่ารัก ร ร แห่งนี้มากรักจนไม่รุว่าจะพูดอย่างไรเพราะยุที่นี่มาตั้งแต่อนุบาลจนจบม.6ทำให้ผูกพันกะ ร ร นี้มากไปอีก ยังไงๆก้อจะมาเล่น ร รไห้ได้ เกือบทุกๆวัน(ถ้าทำได้นะ)อยากมาเจอหน้าน้องๆ อาจาน แระก้ออยากให้เพื่อนๆทุกคนกลับมาเยี่ยมอาจานบ้างไม่ว่าไคจะไปยุไกลขนานไหนแต่ทุกคนคือเด็กสาธิตมอดินแดงเราคือสาธิตมอดินแดง หลังจากนี้ก้อจะเปงการเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ไม่รุว่ามันจะเปงยังไง เพราะมันไม่เคยย แต่ รุยุอย่างเดียวคือต้องเรียนให้จบ นี้คือคำสัญญา.......... February 08 มุขน้ำเน่าแต่ยังใช้ได้....~ นอกจากรักเธอแล้ว ฉันก็ไม่เก่งอะไรอีกเลย ~ โชคดีนะที่กระจกพูดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องมีปมด้อยแน่ๆ ~ ดวงดาวยังค้างฟ้าเหมือนเธอที่ยังค้างอยู่บนคาน อิอิ ~ เรียนไม่เก่ง หน้าตาไม่ดี คนมาจีบไม่มี หาแฟนไม่ได้ ก็แกนั่นแหละ ~ อ่านทำไม ...ไม่รักแล้ว อ่านทำไม อีโธ่ ไม่แน่จริงนี่หว่า ~ รักมากรู้ไหม รักใครคนนึง รักคนที่ซึ่งมองยังไง ก็ไม่ใช่เธอ ~ ตกใจมั้ย ถ้าบอกรัก ไม่รู้เผลอตอนไหน แต่รักหมดใจ ขออภัยส่งผิด ~ รักแรกคือเราสอง รักสำรองเจอน้ำกรด รักทรยศต้อง1.38 ~ anacondaรัด twisterพัดแตกสลาย men in black ยิงตาย ไม่วายรักเธอ ~ ส่งรักไปกับตุ๊กๆ ส่งความสุขไปกับ บขส. ตัวฉันไป ปอ.พ. รถติดรอนิดนะ ~ โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ ~ เดี๋ยวผมกลับมานะครับ จะไปซื้อตะกร้า เอามาเก็บหัวใจไว้ให้คุณ ~ คุณรู้ไหมผมก็เป็นคนนะ ... คนที่รักเธอ ~ มีใจแค่ 1 ดวง ครึ่งแรกบอกว่าคิดถึง อีกครึ่งนึงบอกว่ารักเธอ ~ ที่หายหน้าไปไม่ใช่ไม่รัก แต่หมอให้พัก ลดน้ำตาลในหัวใจจ้ะ ~ ฉันเกิดมาอาภัพ ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ ก็ซ่อนในหัวใจเธอไง ~ หัวใจไม่ว่างเหมือนเดิม เพราะมีเธอมาเพิ่มเติมในใจ ~ อยากรู้ไหม ฉันรักใคร ส่องกระจกสิจะได้คำตอบ ~ ฉันเป็นคนมารยาทดี เลยmsgมาขออนุญาตรักเธอ ~ ทหารรบเพื่อชาติ ปราชญ์เรียนเพื่อรู้ ฉันทำเพื่อเธอ ไม่รู้ทำไม ~ ไม่ใกล้ไฟ รู้ได้ไงไฟอุ่น ไม่รักคุณ รู้ได้ไงว่ามีคุณแล้วอุ่นใจ ~ การได้พบคุณทำให้ผมกลัวตกนรก เพราะคุณทำให้ผมรู้ว่าสวรรค์มีจริง ~ รู้มั้ยที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นเธอในสายตา เพราะเธออยู่ในหัวใลยอ่ะ ~ รู้ป่ะเธอเป็นคนโลภมาก - ตรงไหนเนี่ย - ก็เธอเอาหัวใจเราไป4ห้องเลยนี่ ~ เธอหนาวป่าว - หนาวสิ เธอไม่หนาวเหรอ - ไม่อ่ะ แค่มาใกล้เธอเราก็อุ่นใจ ~ รู้มะ...ทำไมกาแฟถึงขม...มันรอความรักเราสองคนมาเติมความหวานให้ไง ~ หน้าคุณเปลี่ยนไปเรื่อยๆเหรอไง...ทำไมมองยังไงก็ไม่เบื่อ ~ ยกเท้าขึ้นหน่อย เธอเหยียบของๆเราอ่ะ ... เหยียบหัวใจเรา ~ ยืมไฟฉายหน่อยจิ จะเอาไปส่องหน้า เราจะได้ไม่หน้ามืดหลงรักเธอมากกว่านี้ บ่นนนนนนนน......................เฮ้อออ.................. เหนื่อย โว้ยยยยยย ไป ร ด ตั้งหลายวันกลับมาก้อปัดฉิมแระ เงินก้อ บ๊มีอยากดูหนังเด้ วะ อยากกิน ต้มไก่นำโอ๊ยยย ชีวิตตตต แถมจะจบอีกด้วยอ่าเด่ ยังไม่อยากไปไหนเรยยยยยอยากยุ ร ร ยังอยากเจอหน้า น้องๆยุเรย ยังไม่อยากแก่ พอแระ มาจ่ม ให้หายเครียดเฉยๆๆ คนอ่านอย่าคดิมากเด้อล่ะ 5 5 5 February 03 แฟน VS กิ๊ก.....อ่านแล้วยังอยากมีอยู่ไหมน้ออ1. มีแฟน - ไปไหนมาไหนได้ทุกที่ตั้งแต่ ดูหนัง ฟังเพลง กินข้าว จตุจักร ชัอปปิ้ง วิ่งเปี้ยว เปิดผับ จ่ายค่าน้ำค่าไฟ พาหมาไปตัดขน เอารถไปเข้าอู่ ไปสอบ gmat งานศพอาก๋ง อาม่า งานแต่ง มีกิ๊ก - ส่วนใหญ่ก็ไปกันแค่ห้าง ดูหนัง แดนซ์ มอมเหล้า ไม่มีหรอกจะมาเดินแดดร้อนลำบากๆ ต่อคิวคนเยอะๆ แถมยังออกได้บางเวลา เพราะบางกิ๊กต้องแอบแฟนมาเที่ยวกับเรา 2. มีแฟน - สุขภาพจิตดี สบายใจ พาไปไหนไม่ต้องระแวง หลบซ่อน มีกิ๊ก - เสียสุขภาพจิตเพราะกลัวเจอกิ๊กอีกคน หรือแฟนเขาจับได้ ไปเที่ยวด้วยความหลอน 3. มีแฟน - ไม่สับสน ปะป๋า มะม้า จำได้ เพราะพามาอยู่คนเดียว มีกิ๊ก - เพื่อนๆ งง พามาหน้าไม่ซ้ำ ปะป๋า มะม้า เรียกชื่อผิดชื่อถูก เรียกแอ๋ว เป็นเอ๋ เรียกเอ๋ เป็นอุ้ม ทรมานคนแก่ 4. มีแฟน - ไม่ต้องเอาใจมาก เพราะรู้ใจกันดี อยากทำอะไรก็ทำ ใส่แตะไปดูหนังก็ไม่ด่า เพราะปลงๆ กันแล้ว มีกิ๊ก - ต้องเอาใจสารพัด แต่งตัวต้องเนี้ยบ ทำบุคลิคดีๆ พาไปแต่ที่ดีๆ พาไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางอาจโดนด่าแม่ได้ 5. มีแฟน - ได้รับนับถือจากเพื่อนหญิง เพื่อนชาย ได้เครดิตว่าเป็นคนมั่งคง ภาพพจน์ดี อกหักทีมีแต่คนเห็นใจ มีกิ๊ก - ได้ภาพพจน์ความเป็นคาสโนว่า พาสาว พาหนุ่ม คนไหนๆ มาก็โดนเพื่อนเผายำเละ สรุปเผ่นหมด เพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยไว้ใจ เวลาอกหักมีแต่คนสมน้ำหน้า 6. มีแฟน - เปรียบเหมือนกินมันเผา อาจไม่ค่อยมีรสชาติ แต่ยิ่งกินยิ่งมัน ทำให้ท้องอิ่ม มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีกิ๊ก - เหมือนเคี้ยวหมากฝรั่ง หวานซ่าตอนแรก พอหมดรสก็คายทิ้ง เหลือแต่ยางยืดๆ เคี้ยวไปก็เมื่อยปาก กฏ 10 ข้อของการเป็นกิ๊กส์1.ห้ามหึงหวงแต่ห่วงกันได้ (ก้อชั้นไม่ได้รักแกนี่) 2.มีอะไรกันได้มั้งแต่ไม่ใช่ของกันและกัน (ก็ชั้นมีตัวจริงอยู่แล้วนี่หว่า) 3.ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องมากเกินเหตุ อาจจะกลายเป็นคนงี่เง่า (ก็แกไม่ใช่แฟนชั้นนี่หว่า กะแฟนยังเรียกร้องไม่ได้เลย) 4.กิ๊กส์อาจเปลี่ยนสถานะได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็ห้ามเศร้าใจไป เดินหน้าต่อไป (จะไปเศร้าทำไมวะ ก็รู้แต่แรกแล้วว่าเค้ามีแฟนแล้ว) 5.ห้ามใช้กิ๊กส์ร่วมกันกับเพื่อน เพราะอาจจะต่อยกันได้ในอานาคต (ก็ยังอยากได้ไว้เป็นของส่วนตัวอ่ะน่า) 6.ถ้ากิ๊กส์คิดจะไปมีแฟนเป็นตัวตนโดยไม่ใช่เราห้ามฟูมฟายแต่ต้องพยายามยอมรับและ ยินดีด้วยแล้วค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังกิ๊กส์กันต่อรึเปล่า พอแฟนเผลอแล้วค่อยเจอกัน (ก็เรารักคนนั้นนิ) 7.ไม่จำเป็นต้อง take care กันเกินเหตุเพราะเป็นแค่กิ๊กส์ เทคมากไประวังหมดตูด (เออเด่ะ) 8.กิ๊กส์มีได้ไม่จำกัดจำนวนเป็น infinity ไม่จำกัดเพศ วัย และ สถานภาพ จะไปเอาคนแก่ก็ตามใจเหอะๆ (ถ้าไม่กลัวตายเพราะเอดส์แถมยังต้องปีนต้นงิ้วอีกก็เอา) 9.กิ๊กส์สำคัญรองจากแฟนแฟนเราต้องมาก่อนเสมอ (ก็ไม่ใช่แฟนนี่หว่า) 10.กิ๊กส์ยังไงก็เป็นกิ๊กส์ต้องเจียมตัวเสมอไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม (เฮ้อ........) กิ๊กส์ไม่ใช่ชู้แต่ถ้าแฟนรู้ก็ต้องเลิก(ก็ชั้นรักแฟนชั้นนี่หว่า) February 01 มะเช้าหน๊าวหนาววว บรื๊อออออเง้อ.....เพิ่งจะลงรูปได้มะวานลงยุบ้านเน็ตช้าขนาดดใช้เวลาเปงชั่วโมงนี่ไอ้กุก้อเพิ่งไปเที่ยวกลับมาแม่งเมาหัวทิ่มบ่อทุกวันเรยว๊า
เงินจาซื้อของฝากหมดตูดเรยยยจะบ้าตายยยกลับมาก้อนอนมะเติมอิ่มเท่าไหร่ต้องโทไปปลุกยัยขี้ดื้อตอนตี3พอโทไปปลุกแระโหยยเสียงงัวเงียยแต่ก้อน่ารัก555+มะไหวๆๆซักตี5กุก้อไปส่งยัยขี้ดื้อขึ้นรถแม๊........กว่าพี่แกจะเสด็จมาได้ก้อนูน6โมงเช้าพี่แกว่าแม่อาบน้ำช้าก้อเรยมาช้ามะเปงรายยังดีที่ยังมา 555+ นึกว่าจะตกรถซะอีกไอ้มะเช้าก้อหนาวเกือบตายยยใส่เสื้อ3ชั้นไปกลับมาเหลือ2ชั้นน 55+ งงอ่ะเด๊ โหยๆๆยัยขี้ดื้อมานดัวมะเอาซื้อหนาวมาก้อเรยไห้เอาไปปใส่แย้วววหนาวเรย ช้านมะไหวๆๆ |
|
|