«««$hI« No «Bu«...'s profile»-(¯`v´¯)-» راعيتـ ـ º««...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 18

    มันคือ ความผูกผัน เฮ้อออ.....

    ความผูกพัน...

    ความรัก..และวันเวลา
    นำมาซึ่ง..ความผูกพัน
    โดยที่เรา.ไม่ทันรู้สึกตัวมาก่อน
    คนบางคนมีความรัก..
    และสุขที่ได้ผูกพันกับคนที่ตนรัก
    อีกบางคนอยากรัก..แต่ไม่อยากผูกพัน..

    สิ่งใดกันหนอ?..
    ที่ผูกและพัน..คู่รักเข้าไว้ด้วยกัน
    ความรัก..ความคิดถึง..
    ความห่วงใย..การยอมรับ

     


    ..การให้อภัย..
    คำตอบนั้น..มีได้ร้อยแปด..พันประการ

    ...ขอเพียง..ความรักนั้น..
    ....เกิดจากใจแท้จริง
    ทุกสิ่งทุกอย่าง..ทั้งร้ายและดี..
    ที่ได้เกิดขึ้นในวันเวลาที่ผ่านไป


    นับตั้งแต่วินาทีที่มีใครคนนั้นอยู่ข้างในใจ
    จะกลายเป็นสายใย
    ...ที่ไม่อาจรู้ความแข็งแรง
    และไม่อาจคะเนความยาวไกล..
    ....ที่มีหน้าที่ผูกและพัน..

    ใครหลายคนอาจคิดว่าการจากกัน..
    อาจทำให้สายใยนี้ขาดลง...
    แต่ในความเป็นจริงนั้น..
    หากจากกันทั้งที่ยังรัก..


    ยิ่งคิดถึง..ยิ่งห่วงหา.
    ..สายใยยิ่งแข็งแรง
    หากจากกันเพราะไม่รัก..
    ก็ใช่ว่าจะความผูกพันจะขาดหาย..


    เพียงแต่เจ้าของ..
    .....เจ็บปวดเกินกว่าจะอยากนึกถึง
    จึงเก็บมันไว้ในส่วนลึกของใจ..


    เมื่อเวลาผ่านไป..
    ....เมื่อคิดถึงได้โดยที่ไม่เจ็บปวด
    จะพบว่าความผูกพันไม่ได้หนีหน้าไปไหน
    หากยังคงสงบนิ่ง..
    รอคอยการค้นพบจากใจตัวเราเอง

    ขอเพียงให้ ความผูกพัน
    เป็นดั่งสายใยที่อ่อนโยน..อบอุ่น
    อย่าได้กลายเป็นโซ่....
    ..ผูกล่ามหัวใจใครไว้เลย

    March 13

    ฮา ฮา ภาษาพระ

     
     
    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่โง่
    เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ ถึงมีรักเเท้เเต่ก็ดูเเลไม่ได้
                                                                                                 
    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ตาใส่เเจ่ม
    เเต่ถ้าฟังบอดี้เเสลม มักจะโทษว่าความรักทำให้คนตาบอด

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เพ้อเจ้อ
    เเต่ถ้าฟังพีชเมกเกอร์ จะละเมอถึงเเต่เรื่องบนเตียง

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ปากเราติดดิสเบรก
    เเต่ถ้าฟังเบิร์ด-เสก ถึงอมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจเราชอกช้ำ
    เเต่ถ้าฟังไอน้ำ จะชอกช้ำเพราะรักคนมีเจ้าของ

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เหงาหงอย
    เเต่ถ้าฟังเสนาหอย จะเเอบเหงาคนเดียว

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่งมงายในความเชื่อเเละศรัทธา
    เเต่ถ้าฟังทาทา มักจะพูดว่า ไอ บีลีฟๆ

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันอย่างไม่ต้องนอนละเมอ
    เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอรักแท้ในคืนหลอกลวง

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่เน่าเสีย
    เเต่ถ้าฟังนัท มีเรีย มักจะโทษว่า รักไม่ช่วยอะไร

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้รักกันจนสิ้นชีวิน
    เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน เเล้วจะบอกว่า ถ้าเขามาฉันจะไป

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราไม่คุยโม้
    เเต่ถ้าฟังโปเตโต้ จะถูกต่อว่าปากดีนะเรา

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรามีสุขเมื่ออยู่ด้วยกัน
    เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ เพียงเเค่วางมือบนบ่า น้ำตาก็ไหล่

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเจอคนดีเสมอ
    เเต่ถ้าฟังไฮเปอร์ มักจะเจอผู้ร้ายคนใหม่

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เราเข้าใจกัน
    เเต่ถ้าฟังน้องพั้นซ์ บอกได้คำเดียวว่า ยิ่งกว่าเสียใจ

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้เรารักกันยิ่งกว่าชีวิน
    เเต่ถ้าฟังเอนโดรฟิน จะเป็นได้เเค่เพื่อนสนิท

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจใสเเจ่ม
    เเต่ถ้าฟังว่าน วงเเพลม จะตัดพ้อต่อว่า ไม่บอกให้รู้สักเรื่องได้ไหม

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เเรด
    เเต่ถ้าฟังบิ๊กเเอส มักจะเล่นของสูง

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่หยิ่งยะโส
    เเต่ถ้าฟังติ๊ก ชีโร่ จะโอหังว่า รักไม่ยอมเปลี่ยนเเปลง

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้จิตใจเปล่งปลั่ง
    เเต่ถ้าฟังอาหรั่งจะคุ้มคลั่งว่า ทำบ้า....ทำบ้าอะไร

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ดีที่ใจมิใช่เพียงเเค่หน้าตา
    เเต่ถ้าฟังปนัดดา ก็จะรู้เพียงว่า ขอเป็นคนเลวที่รักเธอ

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ใจไม่สั่นคลอน
    เเต่ถ้าฟังสุนทราภรณ์ เเล้วเธอจะรู้สึก!!

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้ไม่เปลืองเเรง
    เเต่ถ้าฟังพรศักดิ์ ส่องเเสง จะเปลืองเเรง เพราะมีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คใครโทรมา

    + ฟังธรรมะเเล้วจะทำให้สอบผ่านทุกๆ ปี
    เเต่ถ้าฟังเเอน สุชาวดี มักจะติดร.วิชาลืม
    March 03

    เรื่องเล่า ม.ข.

    เรื่อง เล่ามอขอ เอามาให้อ่าน  ขำดีขอ present มข. ของผม หน่อย นะ

    1. มข.มีพื้นที่ใหญ่่มากๆ เกือบ 6000 ไร่ แต่เกือบ 80% ดัน เป็น พื้นที่ป่า

    2. อคร. (ย่อมาจาก อาคารเรียนโคตรร้อน)  คณะวิทย์ เป็นตึกที่โทรมมาก
    ไม่ มี แอร์ 70% ของเด็กที่เรียน or-chem คาบ บ่าย ที่ตึก นี้ล้วนแต่คิดในใจ ว่า"ฆ่ากรูซะ"

    3. ทุกคณะจะมาเรียน Eng ที่คณะ มนุษย์ โดยจะแบ่งเป็นหลายๆ sec ตามระดับ ความไฮโซ ที่คณะผม เชื่อกันว่าเด็กที่ เรียน sec 6 หมาย ถึง"พูดeng ได้คล่องยังกับเมีย ฝรั่ง" ส่วน เด็กที่ เรียน sec 24 หมายถึง "แค่ท่อง A - Z ได้ก็เก่งแล้ว"

    4. ห้องสมุด กลางของ มข. มี 6 ชั้น แต่ตอนออกจากห้อง สมุดหลายๆคนมักจะหลง เดินลงไปถึง ชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน ( จริงๆ แล้วทางออกอยู่ชั้น 2)

    5.รสนิยมการ ดื่มเหล้าของเด็ก มข. มี 2 แบบ คือ พวกที่เปิด Red ที่ U-bar กับพวกที่ตั้งวง สุราขาวหลังมอ

    6.เท่าที่ได้ยิน มา 40% ของเด็กที่อยู่หอพยาบาลไม่ใช่เด็ก คณะ พยาบาล

    7.คนที่ไปวิ่งบึงสีฐานมีจุดประสงค์เพื่อ "สร้างเสริม สุขภาพ" ในขณะที่คนที่ ไปวิ่งสระพลาสติกมีจุดประสงค์เพื่อ " เสาะหาอาหารตา"

    8. ที่หลังคาเหล็ก ทุกๆเย็น จะมีคนมาเต้น แอโรบิค โดย มี เพียงร้อยละ 2เท่านั้น ที่"เต้นเพื่อสุขภาพจริงๆ" ซึ่งอีก ร้อยละ 90 นั้น"เต้นเพื่อเอาเกรด A วิชา พละ" ส่วน ที่เหลืออีกร้อยละ 8
    ที่ไปเต้น นั้นจะมีจุดประสงค์ คล้ายๆกับคน ที่ไปวิ่งสระพลาสติก

    9. "สระพลาสติก" ของ มข.ถูกตั้งชื่อนี้มาเพราะมี พลาสติก บุรองอยู่ข้างใต้ สระแห่งนี้ "ห้ามปล่อย สัตว์น้ำ" และ "ห้ามนำสุนัขไป อาบน้ำในสระ"

    10. 80% ของคนที่รับประทานอาหาร ที่ "โรงชาย" เป็น ผู้หญิง กับ ผู้หญิงประเภท 2

    11. "ตึกหลอด" อยู่คณะวิทย์ เป็นตึกที่เรียน Lab แล้วสนุกที่ สุด(มีอุปกรณ์ฟิสิกส์แปลกๆยั้วเยี้ย
    เต็มไปหมด)

    12. มข. เป็นมหาลัยที่มีหอพักนัก ศึกษา มากที่สุดและค่าหอก็ถูกที่สุด ด้วย

    13. คุณต้อง ทำกิจกรรมอย่างน้อยเดือนละ 10 วันถึงจะมีสิทธิ์เข้าอยู่หอในของ มข.
    14.ยาม ที่ มข. แต่งตัวคล้าย ตำรวจสายตรวจมากๆ  ต้องแยกออกจาก กันให้ ดีๆ

    15. ฤดูร้อนที่ มข. อุณหภูมิ จะร้อนกว่า 40 องศา ส่วนฤดู หนาว อุณหภูมิ
    จะลดต่ำ ลงถึง 20 องศา ดังนั้น เด็ก มข.หลายคนจึงกระเสือกกระสน ไป อยู่หอนอกเพียงเพราะต้องการ แอร์กับเครื่องทำน้ำอุ่น
    16. มข. มีโรงเรียน สาธิตถึง 2 แห่ง คือ สาธิตศึกษา ศาสตร์ฯกับสาธิตมอดิน แดงฯ

    17. complex เป็นศูนย์รวมอาหารและบริการของนักศึกษาที่นี่ที่นี่เป็นแหล่งรวมสถาบันติวของ เด็ก มข. ที่เปิดอย่างลับๆ(รุ่นพี่เปิดติวรุ่นน้องนั่นแหละ) เป็นที่ซุ่มอ่าน หนังสือในยามดึกสงัดของคืนวันก่อนสอบ
    และที่น่า สนใจคือบอร์ดติดประกาศ ของcomplex ที่มี ประกาศแทบทุกชนิดมาติดเอาไว้ตั้งแต่ ดินสอหาย
    สุนัขหาย สามี หายออกจากบ้าน ประกาศขายมือถือ ขายสกู๊ตเตอร์ ขาย vcdซีรี่ส์หนัง  เกาหลี ประกาศห้องว่างให้เช่า แต่ที่ผมว่าเด็ดสุดก็ตรงที่มีประกาศจับคนร้ายขโมย กระเป๋าตังค์พร้อมเปิดเผยหน้าตาด้วย นี่แหละ

    18. "ตึก เพียรวิจิตร" เป็นสมบัติของคณะวิดวะที่มีคนเข้าไปอ่านหนังสือมากพอๆ กับหอสมุด กลาง แต่อีกที่หนึ่งที่มีคนไป อ่านหนังสือมากพอๆกัน คือ"โรงอาหาร คณะ แพทย์"

    19. ประตูทางเข้า มข. ใหญ่สุดในประเทศไทย

    20. สาย 8 เป็น รถประจำทางที่วิ่ง เข้า-ออก มข. ซึ่ง พขร. ของสาย 8ส่วนใหญ่ขับรถได้....(เติม เอาเอง).....มาก
    คือจะขับรถกลางเส้นถนนด้วย ความเร็ว20km/  ชั่วโมง

    21. วิ่งรอบ มข. 5 รอบ = วิ่งจากขอนแก่นไป อุดรฯ

    22. " สระชนเห็นชอบ" เป็นสระว่ายน้ำที่ pop ที่สุดของ มข. แต่ไม่มีใครไปใช้ บริการ เพราะ ไม่มีน้ำในสระ

    23. เค้าบอกมาว่า พี่ชายภราดร เป็น อาจารย์ สอนเทนนิส ที่ มข.

    24. เสื้อครุย ของ มข. ตอนรับปริญญา เป็น สีขาวนะ

    25. "สะพานขาว" เป็นสะพานยาวๆ ข้างสระพลาสติก มีเจ้าที่ ชื่อ"เจ๊ขาว"เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสีขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ขับมอไซ ด์ผ่านสะพาน ตอนดึกๆ

    26. วิ่งกลั้น หายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอพรอะไร ก้ได้ 1 ข้อ

    27. จากข้อ 26. ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะเปลี่ยนเป็นกลั้น หายใจขับมอไซด์ด้วยความ
    เร็ว ไม่ เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน

    28. รุ่นพี่คณะวิดวะ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อน มข.ก็คือพื้นที่แห้งแล้งดีๆ นี่เอง แต่ คณะวิดวะ สมัยนั้นรับน้องโดย การให้น้องปลูกต้นไม้คนละ 1ต้น(บนพื้นดินแล้งๆ นี่ แหละ) แล้วดูแลอย่าให้มันตาย ไม่งั้นโดนทำ โทษ จนในที่สุดเดี๋ยวนี้ หัน
    ไป มองทางไหนใน มข. ก็เจอแต่ ป่า

    29. คณะที่ ก่อตั้งพร้อมๆ กับ มข. คือ เกษตร และ วิดวะ

    30. ไก่ ย่าง U-centerเป็น ไก่ย่างที่อร่อยที่สุดในโลก

    31. ละครคณะวิทยา การสนุกที่สุด ละครคณะ มนุษย์นักแสดงหน้าตาดี ที่สุดละครคณะวิดวะมุกตลกฮาที่สุด ส่วนละครคณะแพทย์ขาย บัตร VIP แพงที่ สุด(แต่ก็คุ้มค่านะ)

    32. กังสดาล ถือ เป็นแหล่งที่รวบ รวมอาหาร หอนอก และสาวเภสัชเอาไว้มากที่สุดใน มข.

    33. กังสดาล แบ่งเป็น กังบน กับ กัง ล่างสมัยก่อนกังบนขายแต่อาหาร แพงๆเน้นรสชาติ ส่วนกังล่างขาย อาหารถูกๆ เน้นปริมาณกับ คุณภาพ แต่เดี๋ยวนี้เนื้อที่ กัง บน โดนทุบเอาไปสร้าง ถนน เกือบหมดแล้วทำให้ร้านอาหารที่กังบนส่วน ใหญ่ย้ายลง มาเบียดกับร้านอาหาร ที่ กังล่าง ซะ งั้น

    34. U-center คือแหล่งรวมอาหาร ร้านเกม และร้าน การ์ตูน ของ มข.

    35.ที่ U-center จะมีซอยๆ หนึ่ง ชื่อว่า "ซอยโลกีย์" ไม่ขออธิบาย นะชื่อมันฟ้องอยู่แล้ว

    36. ก๋วยเตี่ยวดู๋ดี๋ที่ซอย โลกีย์ อร่อยกว่าทุก สาขา ใน มข.

    37.คุณ สามารถดูหนังเกาหลี 3 เรื่อง 20 บาท ได้ที่ U-center

    38. คุณ สามารถร้องเกะชั่วโมงละ 50 บาท ได้ที่ U-center

    39. อย่าสับสน ระหว่าง U-center กับ U-barเพราะมันไม่เกี่ยวข้องกัน เลย U-bar ไม่ได้อยู่ในมอ นะอย่าเข้าใจผิด

    40. โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นที่ ตั้งของคณะแพทย์ มข. เป็นโรงพยาบาลที่ ใหญ่ที่สุดใน อีสานมีคนไข้เยอะมากจนถึงขั้นต้องเอาเสื่อไป ปู นั่งที่ลานจอดรถเพื่อ รอเข้าห้องตรวจโรค

    41. เค้าเล่ากัน ว่า อย่ามอง จั่วของตึกคณะ ถาปัด ขณะขับรถเพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ

    42. เจ๊พร เป็น แหล่งรวม ร้านอาหาร ร้านนม และของกุ๊กกิ๊ก ของ มข.

    43. ร้าน 25th copy เป็นร้านถ่าย เอกสาร ตั้งอยู่ที่เจ๊พรถ้าเกิดตำรวจลองเข้ามาตรวจค้นจริงๆมีหวัง เจ้า ของร้านโดนค่าปรับโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็นร้อยล้าน แน่ๆ เพราะเจ๊แกเล่น เอาหนังสือเกือบทั้งห้อง สมุด +ข้อสอบเก่าของทุกคณะ ทุก ชั้นปี มา copy ขายเอง หมด

    44.มี Virus คอมพิวเตอร์ ชื่อ "clip VDO" ระบาดหนักในมข. เมื่อ ปี 2546จนถึงขั้น พบไวรัส ตัวนี้ในแฮนดี้ไดรฟ์และคอมทุกเครื่องของ นัก ศึกษา  มข.

    45. ที่ มข. มีร้านดอกไม้วางแผงขายที่กังสดาล วันธรรมดา กุหลาบดอกละ 5บาท วันวาเลนไทน์ กุหลาบดอกละ 50 ส่วนวันรับ ปริญญา ซื้อกุหลาบ 1 ช่อ = ค่าเช่ารถสาย 8 วิ่งรอบขอนแก่น

    46. ก่อนจะ มาเรียน มข. หัดขับ ยานพาหนะ ให้ได้ซักอย่างก่อนจะดีมากเอา แค่จักรยานก็ยัง ดี

    47. ร้านตัดผมที่ มข. ที่ดังๆ มี 2 ที่คือ complex กับ BigCutโดยค่า ตัดผมที่ complex หัวละ 40 บาท ส่วนที่ BigCut หัวละ 200 บาทซึ่ง สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ใช้บริการทั้ง 2 ร้านนี้ ต่างก็ต้องลงเอยที่ ทรงสกินเฮ้ดด้วยกันทั้ง สิ้น

    48. "เจ้าพ่อมอดินแดง" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพ ของชาว มข.มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อ เฉลี่ย วันละ 100 ตัว

    47. คณะทุก คณะ ย่อมจะต้องมีห้องประชุมใหญ่เป็นของ ตนเองแต่เท่าที่ เห็นเวลามหาลัยจะจัด กิจกรรมอะไรซักที
    ถ้าไม่ใช้ห้องประชุมของคณะศึกษาศาสตร์ก็ต้อง ห้องประชุมของ สัดแพด

    48. "หลังเต่า" คือหอประชุมใหญ่ของ มหาลัยตั้งอยู่ ริมบึงสีฐาน หน้ามอเป็น หอประชุมที่รูปทรงสวยมากในความคิดของผม ถ้าสีมันซีดลงอีกนิดเวลามอง ไกลๆคงจะคล้ายๆโอเปร่าเฮาส์ที่อยู่ในออสเตรเลีย
    หอประชุมนี้จะเปิดใช้ในงาน สำคัญๆ เช่น ปฐมนิเทศ นักศึกษาไหว้ครูบายศรีสู่ขวัญพระราชทานปริญญาบัตร และ งาน EXPO เป็นต้น

    49.ท่า boom ของ มข. ถือเป็นท่า boomที่มีประสิทธิภาพ มาก เพราะคุณจะได้ออกกำลังกายทั้งหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ลำคอ และ หลัง

    50.สีประจำ มข. คือสี อิฐ

    51.ดอกไม้ประจำ มข. คือ ดอก กัลปพฤกษ์ซึ่งทุกวันนี้เพื่อนผมบางคนยังถามผมว่า "ไอ้ดอกนี่มันปลูกอยู่ส่วนไหน ของมอเรา วะ?"

    52. ภายใน มข. มีร้าน seven-eleven ถึง 10 สาขา

    53. ร้าน seven-eleven สาขากังสดาลถือเป็นอะไรที่ ไร้สาระที่สุดในโลกเพราะ ดันมี 2 สาขามาเปิดห่างกันแค่ 10 เมตร

    54. นิตยสาร Boom comic เป็นนิตยสารสุดฮิตมากใน มข.ฮิตขนาดไหนน่ะ เหรอก็ขนาดร้าน การ์ตูนที่ U-center สั่งมาอาทิตย์ละร้อยๆ เล่มยังสามารถขายได้หมดภายใน วัน เดียวน่ะสิ

    55. ที่ complex ขายข้าวแกงหลากหลาย พอๆกับบุฟเฟต์ โรงแรมโซฟิเทล

    56. ไม่มี ปีใดที่ freshy มข.จะผ่านเชียร์ กลางโดยไม่ได้ยินเสียงร้องไห้แห่งพลัง สามัคคี

    57. เพลงมาร์ช มข. เพราะจริงๆ นะ

    58. สนามกีฬากลาง มข. เป็นสนามที่ออกแนว "สาธารณะ" มากๆหลายเดือนก่อนเห็นโรงเรียนอนุบาลที่ไหนก็ไม่ รู้ มาขอ ใช้สนามกีฬากลาง มอเราแข่ง กีฬาสีซะงั้น

    59. จำนวนนัก ศึกษา มข. ทั้งหมดมี 50,000 คนสามารถเกณฑ์เอา นักศึกษามข.ไปลงชื่อขับไล่รัฐมนตรีได้ สบายๆ เลยล่ะ

    60. ร้าน CSK เป็น ร้านเน็ตที่ดัง และให­่มาก ใน มข.ถ้าคุณไม่รู้มาก่อนว่านี่คือร้าน เน็ต คุณจะต้องนึกว่าที่นี่คือ บริษัท IBM ชัวร์

    61.ถ้าคุณ สังเกต ดีๆ ด่านตรวจจับหมวกกันน็อกใน มข. ทุกด่านทั้งตรงทางเข้ากังสดาล ทาง เข้า U-center หรือ ตรงทางออกฝั่งเจ้าพ่อมอดินแดงจะต้องมีถนนเล็กๆ ตัดผ่านก่อน จะถึงด่านตรวจ เพื่อให้เราขับอ้อมหนีตำรวจ เสมอ

    62. หอ 27 ผีดุสุดๆๆๆ ส่วนหอ 25 สาวๆ น่ารัก สุดๆ

    63.ค่าเทอม ของ มข. 1 หน่วยกิต แพงกว่า รามฯ 35 บาท

    64. สุดท้ายแล้ว ที่ มข. มีกลอน ที่พวกพี่ๆ เค้าแต่งไว้รับ น้อง มข.เพราะ + กินใจ มากๆ ลองอ่านดูนะ ครับ...

            แม้ที่นี้ไม่มีพระ ธรรมจักร                  ก็ไม่ไร้ร้างรัก ดอกน้อง แก้ว 

            แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราว แพรว          ก็เพริดแพร้วพระ ธาตุพนมชมทั่วไทย

            ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวด โฉม       ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่

            มาติด เข็มพระธาตุ เป็นไร            เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิต เอง

    March 01

    ทำนายจากชื่อขึ้นต้น

    ความโรแมนติกจากอักษรตัวแรกของชื่อคุณ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะโรแมนติกสักเท่าไหร่
    คุณจะแสดงออกทางการกระทำอยู่บ่อยๆ
    ดูออกจะเป็นนักธุรกิจเสียมากกว่า
    ประมาณว่าคุณจะต้องได้ในสิ่งที่คุณปรารถนาเสมอ
    แต่ดูท่าคุณจะไม่ค่อยมีความอดทนในการจีบใครสักเท่าไหร่หรอกนะ(จริงหรือเปล่า
    เอ่ย ?) คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะเปิดเผยและชอบมองคนที่รูปร่าง
    มีสัญชาติญาณในการไล่ล่าสิ่งที่ท้าทาย
    เป็นคนที่ติดอยู่ในความลุ่มหลงงมงาย และชอบผจญภัยมากซะด้วยสิ
    แต่ก็อย่าไปอวดสรรพคุณเหล่านี้ให้ใครฟังเลยนะ
    เพราะความต้องการของคุณเป็นสิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว
    มิใช่หรือ 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร B นั่นหมายความว่า
               คุณดูเป็นนักโรแมนติคตัวยงเชียวล่ะ ชอบงานสังสรรค์
    คุณดูมีความสุขมากเวลาที่คุณได้รับของขวัญของกำนัลจากคนที่คุณรัก
    เพราะมันเป็นวิธีการบอกรักแบบประทับใจคุณมากเลย
    คุณชอบที่จะถูกตามใจและตามใจคนอื่น
    ชอบที่จะแสดงความรักกันแบบสองต่อสอง คนอื่นไม่เกี่ยว
    ชอบที่จะหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ให้กับความรักของคุณ 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร C นั่นหมายความว่า
               คุณเรียกได้ว่าเป็นนักสังคมเลยนะ
    ชอบที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อื่น
    คุณชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง และตัวคุณเอง
    จะต้องดูดีเสมอ คุณมองคนรักเหมือนเพื่อน
    คุณชอบที่จะให้คนอื่นยกยอปอปั้นเทิดทูนคุณ
    คุณสามารถบังคับความรู้สึกและจิตใจคุณเองได้เป็นอย่างดี
    เวลาคุณออกสังคม 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร D นั่นหมายความว่า
               เมื่อคุณรู้สึกว่า คนนี้แหละใช่เลย
    คุณจะใส่เกียร์เร่งสปีดพุ่งเข้าหาเธออย่างเต็มเหนี่ยว
    คุณมิอาจห้ามจิตใจของคุณได้ง่ายๆ
    เพราะคุณเติบโตขึ้นมาอย่างถูกดูแลเอาใจมาโดยตลอด
    คุณค่อนข้างที่จะจริงจังกับสิ่งที่คุณกำลังทำและบางทีก็ออกจะหวงในสิ่งที่คุณมี
    แบบชนิดที่ว่า คนอื่นแตะต้องไม่ได้เลยนอกจากคุณคนเดียว 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร E นั่นหมายความว่า
               ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณคือ การที่ได้พูด เพราะฉะนั้น
    คู่ของคุณก็จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และก็จะต้องฉลาดๆเลยนะ
    คุณต้องการเพื่อนที่สามารถเป็นคนรักได้ด้วยภายในคนๆเดียวกัน
    คุณเกลียดความยุ่งวุ่นวายแต่คุณกลับสนุกกับการทะเลาะโต้เถียง..
    แปลกจัง!!! คุณชอบที่จะจีบไปทั่ว
    เพราะคุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคุณ
    แต่ถ้าคุณให้ใจไปกับใครแล้ว คุณก็จะซื่อสัตย์ต่อรักนั้น
    แต่ถ้าคุณยังไม่เจอใครที่ใช่เลยแล้วล่ะก็
    คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้กับหนังสือดีๆสักเล่ม
    แค่นี้ก็ทำให้คุณสบายใจแล้ว.. 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร F นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนช่างเพ้อฝันและโรแมนติกมากเลย ถ้าคุณรักใคร
    คุณก็จะเทิดทูนเธอจนหมดหัวใจเลย คุณพยายามที่จะค้นหา
    สิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวคุณ ชอบที่จะเฟิร์ทกับคนอื่นไปทั่ว
    แต่ถ้ารักใครแล้วก็จะรักจริงๆ โดยภายนอกแล้ว
    ดูคุณเป็นที่ชอบจะแสดงออก ติดหรู ดูเจ้าชู้
    อย่างคุณนี่เรียกได้เลยว่าโรแมนติคมาตั้งแต่กำเนิด (ว้าว...!!!)
    คุณชอบดูหนังประเภทรักโรแมนติก 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่จู้จี้จุกจิก
    พิถีพิถันกับการค้นหาสิ่งที่ดีๆให้ทั้งตัวคุณเองและคู่รักของคุณ
    คุณชอบที่จะให้คู่รักของคุณเป็นคนที่ฉลาดทัดเทียมหรือเก่งกว่าคุณเลยก็ได้
    เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้สิ่งที่ดีๆมาคู่ครอง
    หน้าที่และการงานของคุณ มาเป็นอันดับ 1 ยิ่งกว่าความรักเลยนะ
    คุณค่อนข้างขี้อายที่จะแสดงความรักต่อคู่ของคุณ
    อย่าอายเลยนะแสดงมัน เข้าไปเถอะ ถ้ามันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร H นั่นหมายความว่า
               คุณจะหาแต่คนรักที่สามารถเสริมสร้างชื่อเสียงของคุณ
    เรียกง่ายๆว่า ชอบคนดัง ว่างั้นเถอะ ถ้าคุณได้มีข้อตกลง
    ข้อผูกมัดกับเธอแล้ว คุณก็จะใจดีกับเธอเชียวล่ะ
    ของขวัญที่คุณให้กับคู่รักของคุณเรียกว่าเป็นเพียงการลงทุนอย่างนึง
    ตราบใดที่คุณยังไม่ได้มีข้อผูกมัดกับคนๆนั้นของคุณ
    คุณก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างมัถยัสถ์ อีกทั้งใจเย็นอีกต่างหาก 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร I นั่นหมายความว่า
               คุณมีความต้องการที่จะได้รับความรัก การยกย่อง และเทิดทูน
    เป็นคนค่อนข้างฟุ่มเฟือย คุณจะค้นหาคู่รักที่สามารถรู้ว่า
    คุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณไม่สนใจพวกสมัครเล่นทั้งหลายหรอก
    นอกเสียจากเขาจะสอนอะไรคุณได้ คุณนะ จู้จี้น่าดูเลย
    และชอบทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา ชอบที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆต่าง ๆ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J นั่นหมายความว่า
               พลังงานที่เต็มเปี่ยมในตัวคุณ
    เป็นสิ่งพิเศษที่คุณมีมาตั้งแต่กำเนิด ชอบอะไรที่ตื่นเต้น
    คุณสามารถที่จะจินตนาการถึงสิ่งโรแมนติกต่างๆตลอดเวลา
    หัวใจคุณจะล่องลอยไปไม่มีพัก
    จนคุณเองจะต้องเป็นฝ่ายที่ดึงมันกลับมาเอง
    คุณสามารถที่จะรักษาความรักที่มีระยะทางอันไกลห่าง
    ๆได้เป็นอย่างดี เป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน และเชื่อมั่นในความรัก

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะลึกลับ ไม่สุงสิงกับใครและขี้อาย
    แต่จริงๆแล้วคุณเป็นคนเซ็กซี่มากๆเลยล่ะ
    แต่คุณไม่ค่อยให้ใครเห็นหรอก คุณเป็นคนฉลาด รู้ทันเกม
    และจริงจังกับความรัก
    คุณใจเย็นและมีความอดทนที่จะรอใครสักคนที่ถูกบัญชามาจากเบื้องบนเพื่อเป็นคู่คุณ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร L นั่นหมายความว่า
               เมื่อใดที่คุณถูกล้อมรอบด้วยรัศมีแห่งความรักแล้ว
    คุณก็จะโรแมนติกเอามากๆเลย การที่ได้มีคู่รัก
    เป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตคุณ
    คุณชอบที่จะแสดงความรักต่อคู่รักของคุณ ต้องการความรัก
    ความอบอุ่น การเอาใจและการยกย่อง จากคู่รัก ของคุณตลอดเวลา

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนอ่อนไหว เมื่อคุณเริ่มมีความสัมพันธ์กับใครสักคน
    คุณจะทุ่มเทกับมันมากเลย ไม่มีอะไรสามารถหยุดคุณได้
    คุณชอบที่จะลองทุกสิ่งทุกอย่าง และแสดงตัวเป็น พ่อพระ -
    แม่พระกับคู่ของคุณ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร N นั่นหมายความว่า
               โดยภายนอกของคุณดูอ่อนโยน ไม่อวดดี ขี้อาย
    แต่รูปลักษณ์ภายนอกสามารถหลอกกันได้ คุณก็รู้ใช่ป่ะ
    คุณมีความอยากได้ ไม่รู้จักพอ ชอบที่จะติ วิจารณ์คู่รักของคุณ
    และพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในตัวเขาและตัวคุณ รู้มั๊ยว่า
    ยากมากเลยนะ ที่จะหาคนที่จะตรงตามสเป็กของคุณได้
    เพราะคุณออกจะตั้งสเป็กไว้ซะเลิศเลอเพอเฟกซ์ซะ...
    ด้วยความขี้อายของคุณ
    จึงทำให้คุณไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความรักออกมาซักเท่าไหร่

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร O นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ลึกลับและไม่กล้าที่จะทำตามที่ตัวเองต้องการ
    คุณพยายามที่จะค้นหาสิ่งต่างๆที่สามารถเสริมอำนาจบารมีคุณได้
    คุณมีแนวโน้มที่จะครองโสดอีกนาน คุณต้องการคนที่มีเสน่ห์
    และมีเมตตามาเป็นคู่ของคุณ บางทีความลุ่มหลงของคุณ
    ก็ทำให้คุณดูเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเชียวล่ะ
    แบบว่าของๆข้าใครอย่าแตะ!

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร P นั่นหมายความว่า
               อย่างคุณเรียกได้ว่า เป็นหนุ่ม - สาวสังคมตัวยงเชียวล่ะ
    ประมาณที่ว่าไม่ยอมทำอะไรที่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรือเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด
    และคุณก็ชอบคนที่มีบุคคลิกลักษณะภายนอกดูดีซะด้วย
    คู่ของคุณจะต้องเป็นคนฉลาด
    คุณชอบที่จะเฟิร์ทไปทั่วและชอบที่จะทำตามใจตัวเอง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Q นั่นหมายความว่า
               คุณเปี่ยมไปด้วยพลังงานในร่างกาย
    พร้อมที่จะทำอะไรๆตื่นเต้นให้ตัวเองตลอดเวลา
    เป็นคนที่กระตือรือร้นและน่าดึงดูดใจคนนึงเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า
    คุณชอบความโรแมนติก ชอบหัวใจและดอกไม้
    ชอบที่จะพูดคุยกับคนรอบข้าง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร R นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่มีสาระ ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ชอบคนที่ตามคุณทัน
    ฉลาดเท่าทันคุณหรือเหนือกว่า
    คุณชอบที่จะใช้สมองมากกว่าที่จะลงมือทำเอง
    รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมากเลยสำหรับคุณ
    โดยส่วนตัวคุณเองเป็นคนที่เซ็กซี่
    แต่ไม่มีวันที่คุณจะให้คนอื่นเห็นหรอก

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร S นั่นหมายความว่า
               ถ้ามีเรื่องการงานธุรกิจมาเกี่ยวข้อง คุณจะเครียดมากๆเลย
    แต่การงานก็คือ สิ่งบันเทิงใจสำหรับคุณ
    คุณเป็นคนที่มีจินตนาการในความรักมากมาย
    แต่คุณก็ควบคุมตัวเองได้เสมอ
    คุณค่อนข้างจะรอบคอบมากก่อนที่คุณจะรักใครสักคน แต่ถ้าคุณรักใคร
    แล้ว คุณก็จะติดเขาหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างเชียวล่ะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร T นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนอ่อนไหวและเก็บตัว ชอบคู่รักที่เป็นผู้นำ ชอบฟังเพลง
    จุดเทียนและนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ ช่างจินตนาการ และตกหลุมรัก
    ใครๆได้ง่าย เวลาที่คุณมีความรัก คุณจะเป็นคนที่สุดแสนจะโรแมนติก
    เพ้อฝันและเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างสิ้นเชิง
    แต่คุณก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณและความรู้สึกของคุณเอง
    คุณสามารถที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้ทุกอย่าง
    มันอยู่ในหัวของคุณหมดแล้วหนิ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร U นั่นหมายความว่า
               คุณมีความกระตือรือร้นและเพ้อฝันมาก
    เวลาคุณตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก แต่เวลาที่คุณไม่ได้รักใคร
    คุณก็จะพยายามที่จะค้นหาใครก็ตามที่ให้คุณอ้อนได้
    คุณเห็นความโรแมนติกเป็นสิ่งที่น่าท้าทาย ชอบที่จะผจญภัย
    ความตื่นเต้นและอิสระ คุณชอบที่จะให้ของขวัญคนอื่น
    ชอบที่จะเห็นคนที่คุณรักดูดี มีความสุข
    คุณจะยอมให้คนที่คุณรักมีความสุข ถึงแม้ว่า
    คุณจะต้องทนทุกข์ก็ตาม แบบเพื่อเธอ...อะไรทำนองเนี้ย..

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร V นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนสันโดษ ชอบอิสระ และความตื่นเต้น
    คุณจะรอให้รู้จักเขาดีก่อนที่คุณจะยอมผูกมัดตัวเอง คุณอยากจะรู้
    ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในหัวของเขา รู้มั๊ยว่า คุณน่ะ
    ดึงดูดพวกที่ประหลาดๆนะ
    บ่อยครั้งที่อายุของคุณกับคู่รักจะห่างกัน ความสนุกสนาน
    อะไรก็ตามจะทำให้คุณสนุกไปด้วย
    ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับมันก็ตามเถอะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร W นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นตัวของคุณเอง มีอีโก้สูง
    ไม่ยอมให้ใครมาชักนำความรักของคุณ นอกจากตัวคุณเอง
    คุณโรแมนติกและช่างเพ้อฝัน บ่อยครั้งที่คุณจะตกหลุมรัก
    โดยไม่สนใจว่าเขา หรือ เธอเป็นใครมาจากไหน
    คุณจะจริงจังกับความสัมพันธ์มาก
    ไม่มีอะไรและสิ่งใดเลิศเลอไปกว่าคู่รักของคุณอีกแล้ว
    จงสนุกสนานกับเกมรักของคุณต่อไปเถอะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร X นั่นหมายความว่า
               คุณชอบสิ่งที่กระตุ้นเร้าอารมณ์คุณอยู่บ่อยๆ
    เพราะคุณเป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย
    คุณสามารถที่จะจับปลายหลายมือและหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน
    และทำได้ดีซะด้วยสิ คุณไม่ชอบที่จะปิดกั้นตัวเอง
    และชอบที่จะเป็นผู้นำ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Y นั่นหมายความว่า
               นิสัยที่รักอิสระ เป็นบุคคลิกที่โดดเด่นของคุณ
    ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ด้วยวิธีของคุณเองแล้วล่ะก็
    คุณก็จะไม่สนใจมันอีกเลย
    คุณชอบที่จะเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ของคุณ
    แต่มันก็ออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ??
    คุณชอบที่จะเรียนรู้ สำรวจสิ่งต่างๆ ถ้าคุณมีโอกาสที่จะหาเงิน
    คุณก็จะยอมละทิ้งความสุขส่วนตัวของคุณไปเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าก่อน
    คุณต้องพิสูจน์ตัวคุณเองให้คนรักของคุณได้เห็น
    แต่ก็ยังดีนะที่คุณยังชอบฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Z นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่โรแมนติกมากๆ ช่างเพ้อฝัน และบางครั้งคุณก็เชื่อว่า
    ความรักคือความเจ็บปวด คุณคิดว่า
    ตัวคุณเองเป็นคนที่เกิดมาเพื่อบูชาความรัก เป็นคนที่จริงใจ
    มีความทะเยอทะยาน คุณห้ามตัวเองที่จะตกหลุมรักใครสักคนไม่ได้
    จินตนาการของคุณนั้น
    บ่อยครั้งที่มาจากภาพยนตร์หรือนิตยสารที่คุณดู
    คุณไม่มีวันที่จะเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาด
    ความโรแมนติกจากอักษรตัวแรกของชื่อคุณ


    Tags  ทำนาย 


    1





     
    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยจะโรแมนติกสักเท่าไหร่
    คุณจะแสดงออกทางการกระทำอยู่บ่อยๆ
    ดูออกจะเป็นนักธุรกิจเสียมากกว่า
    ประมาณว่าคุณจะต้องได้ในสิ่งที่คุณปรารถนาเสมอ
    แต่ดูท่าคุณจะไม่ค่อยมีความอดทนในการจีบใครสักเท่าไหร่หรอกนะ(จริงหรือเปล่า
    เอ่ย ?) คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะเปิดเผยและชอบมองคนที่รูปร่าง
    มีสัญชาติญาณในการไล่ล่าสิ่งที่ท้าทาย
    เป็นคนที่ติดอยู่ในความลุ่มหลงงมงาย และชอบผจญภัยมากซะด้วยสิ
    แต่ก็อย่าไปอวดสรรพคุณเหล่านี้ให้ใครฟังเลยนะ
    เพราะความต้องการของคุณเป็นสิ่งสำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดอยู่แล้ว
    มิใช่หรือ 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร B นั่นหมายความว่า
               คุณดูเป็นนักโรแมนติคตัวยงเชียวล่ะ ชอบงานสังสรรค์
    คุณดูมีความสุขมากเวลาที่คุณได้รับของขวัญของกำนัลจากคนที่คุณรัก
    เพราะมันเป็นวิธีการบอกรักแบบประทับใจคุณมากเลย
    คุณชอบที่จะถูกตามใจและตามใจคนอื่น
    ชอบที่จะแสดงความรักกันแบบสองต่อสอง คนอื่นไม่เกี่ยว
    ชอบที่จะหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ให้กับความรักของคุณ 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร C นั่นหมายความว่า
               คุณเรียกได้ว่าเป็นนักสังคมเลยนะ
    ชอบที่จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้อื่น
    คุณชอบที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้าง และตัวคุณเอง
    จะต้องดูดีเสมอ คุณมองคนรักเหมือนเพื่อน
    คุณชอบที่จะให้คนอื่นยกยอปอปั้นเทิดทูนคุณ
    คุณสามารถบังคับความรู้สึกและจิตใจคุณเองได้เป็นอย่างดี
    เวลาคุณออกสังคม 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร D นั่นหมายความว่า
               เมื่อคุณรู้สึกว่า คนนี้แหละใช่เลย
    คุณจะใส่เกียร์เร่งสปีดพุ่งเข้าหาเธออย่างเต็มเหนี่ยว
    คุณมิอาจห้ามจิตใจของคุณได้ง่ายๆ
    เพราะคุณเติบโตขึ้นมาอย่างถูกดูแลเอาใจมาโดยตลอด
    คุณค่อนข้างที่จะจริงจังกับสิ่งที่คุณกำลังทำและบางทีก็ออกจะหวงในสิ่งที่คุณมี
    แบบชนิดที่ว่า คนอื่นแตะต้องไม่ได้เลยนอกจากคุณคนเดียว 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร E นั่นหมายความว่า
               ความต้องการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณคือ การที่ได้พูด เพราะฉะนั้น
    คู่ของคุณก็จะต้องเป็นผู้ฟังที่ดี และก็จะต้องฉลาดๆเลยนะ
    คุณต้องการเพื่อนที่สามารถเป็นคนรักได้ด้วยภายในคนๆเดียวกัน
    คุณเกลียดความยุ่งวุ่นวายแต่คุณกลับสนุกกับการทะเลาะโต้เถียง..
    แปลกจัง!!! คุณชอบที่จะจีบไปทั่ว
    เพราะคุณคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับคุณ
    แต่ถ้าคุณให้ใจไปกับใครแล้ว คุณก็จะซื่อสัตย์ต่อรักนั้น
    แต่ถ้าคุณยังไม่เจอใครที่ใช่เลยแล้วล่ะก็
    คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขได้กับหนังสือดีๆสักเล่ม
    แค่นี้ก็ทำให้คุณสบายใจแล้ว.. 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร F นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนช่างเพ้อฝันและโรแมนติกมากเลย ถ้าคุณรักใคร
    คุณก็จะเทิดทูนเธอจนหมดหัวใจเลย คุณพยายามที่จะค้นหา
    สิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวคุณ ชอบที่จะเฟิร์ทกับคนอื่นไปทั่ว
    แต่ถ้ารักใครแล้วก็จะรักจริงๆ โดยภายนอกแล้ว
    ดูคุณเป็นที่ชอบจะแสดงออก ติดหรู ดูเจ้าชู้
    อย่างคุณนี่เรียกได้เลยว่าโรแมนติคมาตั้งแต่กำเนิด (ว้าว...!!!)
    คุณชอบดูหนังประเภทรักโรแมนติก 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่จู้จี้จุกจิก
    พิถีพิถันกับการค้นหาสิ่งที่ดีๆให้ทั้งตัวคุณเองและคู่รักของคุณ
    คุณชอบที่จะให้คู่รักของคุณเป็นคนที่ฉลาดทัดเทียมหรือเก่งกว่าคุณเลยก็ได้
    เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้สิ่งที่ดีๆมาคู่ครอง
    หน้าที่และการงานของคุณ มาเป็นอันดับ 1 ยิ่งกว่าความรักเลยนะ
    คุณค่อนข้างขี้อายที่จะแสดงความรักต่อคู่ของคุณ
    อย่าอายเลยนะแสดงมัน เข้าไปเถอะ ถ้ามันจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร H นั่นหมายความว่า
               คุณจะหาแต่คนรักที่สามารถเสริมสร้างชื่อเสียงของคุณ
    เรียกง่ายๆว่า ชอบคนดัง ว่างั้นเถอะ ถ้าคุณได้มีข้อตกลง
    ข้อผูกมัดกับเธอแล้ว คุณก็จะใจดีกับเธอเชียวล่ะ
    ของขวัญที่คุณให้กับคู่รักของคุณเรียกว่าเป็นเพียงการลงทุนอย่างนึง
    ตราบใดที่คุณยังไม่ได้มีข้อผูกมัดกับคนๆนั้นของคุณ
    คุณก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างมัถยัสถ์ อีกทั้งใจเย็นอีกต่างหาก 

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร I นั่นหมายความว่า
               คุณมีความต้องการที่จะได้รับความรัก การยกย่อง และเทิดทูน
    เป็นคนค่อนข้างฟุ่มเฟือย คุณจะค้นหาคู่รักที่สามารถรู้ว่า
    คุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณไม่สนใจพวกสมัครเล่นทั้งหลายหรอก
    นอกเสียจากเขาจะสอนอะไรคุณได้ คุณนะ จู้จี้น่าดูเลย
    และชอบทำตามที่ใจตัวเองปรารถนา ชอบที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆต่าง ๆ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร J นั่นหมายความว่า
               พลังงานที่เต็มเปี่ยมในตัวคุณ
    เป็นสิ่งพิเศษที่คุณมีมาตั้งแต่กำเนิด ชอบอะไรที่ตื่นเต้น
    คุณสามารถที่จะจินตนาการถึงสิ่งโรแมนติกต่างๆตลอดเวลา
    หัวใจคุณจะล่องลอยไปไม่มีพัก
    จนคุณเองจะต้องเป็นฝ่ายที่ดึงมันกลับมาเอง
    คุณสามารถที่จะรักษาความรักที่มีระยะทางอันไกลห่าง
    ๆได้เป็นอย่างดี เป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน และเชื่อมั่นในความรัก

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร K นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ค่อนข้างจะลึกลับ ไม่สุงสิงกับใครและขี้อาย
    แต่จริงๆแล้วคุณเป็นคนเซ็กซี่มากๆเลยล่ะ
    แต่คุณไม่ค่อยให้ใครเห็นหรอก คุณเป็นคนฉลาด รู้ทันเกม
    และจริงจังกับความรัก
    คุณใจเย็นและมีความอดทนที่จะรอใครสักคนที่ถูกบัญชามาจากเบื้องบนเพื่อเป็นคู่คุณ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร L นั่นหมายความว่า
               เมื่อใดที่คุณถูกล้อมรอบด้วยรัศมีแห่งความรักแล้ว
    คุณก็จะโรแมนติกเอามากๆเลย การที่ได้มีคู่รัก
    เป็นสิ่งที่สำคัญมากในชีวิตคุณ
    คุณชอบที่จะแสดงความรักต่อคู่รักของคุณ ต้องการความรัก
    ความอบอุ่น การเอาใจและการยกย่อง จากคู่รัก ของคุณตลอดเวลา

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร M นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนอ่อนไหว เมื่อคุณเริ่มมีความสัมพันธ์กับใครสักคน
    คุณจะทุ่มเทกับมันมากเลย ไม่มีอะไรสามารถหยุดคุณได้
    คุณชอบที่จะลองทุกสิ่งทุกอย่าง และแสดงตัวเป็น พ่อพระ -
    แม่พระกับคู่ของคุณ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร N นั่นหมายความว่า
               โดยภายนอกของคุณดูอ่อนโยน ไม่อวดดี ขี้อาย
    แต่รูปลักษณ์ภายนอกสามารถหลอกกันได้ คุณก็รู้ใช่ป่ะ
    คุณมีความอยากได้ ไม่รู้จักพอ ชอบที่จะติ วิจารณ์คู่รักของคุณ
    และพยายามค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในตัวเขาและตัวคุณ รู้มั๊ยว่า
    ยากมากเลยนะ ที่จะหาคนที่จะตรงตามสเป็กของคุณได้
    เพราะคุณออกจะตั้งสเป็กไว้ซะเลิศเลอเพอเฟกซ์ซะ...
    ด้วยความขี้อายของคุณ
    จึงทำให้คุณไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงความรักออกมาซักเท่าไหร่

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร O นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ลึกลับและไม่กล้าที่จะทำตามที่ตัวเองต้องการ
    คุณพยายามที่จะค้นหาสิ่งต่างๆที่สามารถเสริมอำนาจบารมีคุณได้
    คุณมีแนวโน้มที่จะครองโสดอีกนาน คุณต้องการคนที่มีเสน่ห์
    และมีเมตตามาเป็นคู่ของคุณ บางทีความลุ่มหลงของคุณ
    ก็ทำให้คุณดูเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเชียวล่ะ
    แบบว่าของๆข้าใครอย่าแตะ!

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร P นั่นหมายความว่า
               อย่างคุณเรียกได้ว่า เป็นหนุ่ม - สาวสังคมตัวยงเชียวล่ะ
    ประมาณที่ว่าไม่ยอมทำอะไรที่ทำให้ตัวเองขายหน้าหรือเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด
    และคุณก็ชอบคนที่มีบุคคลิกลักษณะภายนอกดูดีซะด้วย
    คู่ของคุณจะต้องเป็นคนฉลาด
    คุณชอบที่จะเฟิร์ทไปทั่วและชอบที่จะทำตามใจตัวเอง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Q นั่นหมายความว่า
               คุณเปี่ยมไปด้วยพลังงานในร่างกาย
    พร้อมที่จะทำอะไรๆตื่นเต้นให้ตัวเองตลอดเวลา
    เป็นคนที่กระตือรือร้นและน่าดึงดูดใจคนนึงเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า
    คุณชอบความโรแมนติก ชอบหัวใจและดอกไม้
    ชอบที่จะพูดคุยกับคนรอบข้าง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร R นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่มีสาระ ชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ชอบคนที่ตามคุณทัน
    ฉลาดเท่าทันคุณหรือเหนือกว่า
    คุณชอบที่จะใช้สมองมากกว่าที่จะลงมือทำเอง
    รูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมากเลยสำหรับคุณ
    โดยส่วนตัวคุณเองเป็นคนที่เซ็กซี่
    แต่ไม่มีวันที่คุณจะให้คนอื่นเห็นหรอก

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร S นั่นหมายความว่า
               ถ้ามีเรื่องการงานธุรกิจมาเกี่ยวข้อง คุณจะเครียดมากๆเลย
    แต่การงานก็คือ สิ่งบันเทิงใจสำหรับคุณ
    คุณเป็นคนที่มีจินตนาการในความรักมากมาย
    แต่คุณก็ควบคุมตัวเองได้เสมอ
    คุณค่อนข้างจะรอบคอบมากก่อนที่คุณจะรักใครสักคน แต่ถ้าคุณรักใคร
    แล้ว คุณก็จะติดเขาหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างเชียวล่ะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร T นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนอ่อนไหวและเก็บตัว ชอบคู่รักที่เป็นผู้นำ ชอบฟังเพลง
    จุดเทียนและนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศ ช่างจินตนาการ และตกหลุมรัก
    ใครๆได้ง่าย เวลาที่คุณมีความรัก คุณจะเป็นคนที่สุดแสนจะโรแมนติก
    เพ้อฝันและเปลี่ยนตัวคุณเองอย่างสิ้นเชิง
    แต่คุณก็ยังมีความเชื่อมั่นในตัวคุณและความรู้สึกของคุณเอง
    คุณสามารถที่จะทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้ทุกอย่าง
    มันอยู่ในหัวของคุณหมดแล้วหนิ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร U นั่นหมายความว่า
               คุณมีความกระตือรือร้นและเพ้อฝันมาก
    เวลาคุณตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก แต่เวลาที่คุณไม่ได้รักใคร
    คุณก็จะพยายามที่จะค้นหาใครก็ตามที่ให้คุณอ้อนได้
    คุณเห็นความโรแมนติกเป็นสิ่งที่น่าท้าทาย ชอบที่จะผจญภัย
    ความตื่นเต้นและอิสระ คุณชอบที่จะให้ของขวัญคนอื่น
    ชอบที่จะเห็นคนที่คุณรักดูดี มีความสุข
    คุณจะยอมให้คนที่คุณรักมีความสุข ถึงแม้ว่า
    คุณจะต้องทนทุกข์ก็ตาม แบบเพื่อเธอ...อะไรทำนองเนี้ย..

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร V นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนสันโดษ ชอบอิสระ และความตื่นเต้น
    คุณจะรอให้รู้จักเขาดีก่อนที่คุณจะยอมผูกมัดตัวเอง คุณอยากจะรู้
    ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในหัวของเขา รู้มั๊ยว่า คุณน่ะ
    ดึงดูดพวกที่ประหลาดๆนะ
    บ่อยครั้งที่อายุของคุณกับคู่รักจะห่างกัน ความสนุกสนาน
    อะไรก็ตามจะทำให้คุณสนุกไปด้วย
    ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับมันก็ตามเถอะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร W นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่ภาคภูมิใจในความเป็นตัวของคุณเอง มีอีโก้สูง
    ไม่ยอมให้ใครมาชักนำความรักของคุณ นอกจากตัวคุณเอง
    คุณโรแมนติกและช่างเพ้อฝัน บ่อยครั้งที่คุณจะตกหลุมรัก
    โดยไม่สนใจว่าเขา หรือ เธอเป็นใครมาจากไหน
    คุณจะจริงจังกับความสัมพันธ์มาก
    ไม่มีอะไรและสิ่งใดเลิศเลอไปกว่าคู่รักของคุณอีกแล้ว
    จงสนุกสนานกับเกมรักของคุณต่อไปเถอะ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร X นั่นหมายความว่า
               คุณชอบสิ่งที่กระตุ้นเร้าอารมณ์คุณอยู่บ่อยๆ
    เพราะคุณเป็นคนที่ขี้เบื่อง่าย
    คุณสามารถที่จะจับปลายหลายมือและหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน
    และทำได้ดีซะด้วยสิ คุณไม่ชอบที่จะปิดกั้นตัวเอง
    และชอบที่จะเป็นผู้นำ

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Y นั่นหมายความว่า
               นิสัยที่รักอิสระ เป็นบุคคลิกที่โดดเด่นของคุณ
    ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ด้วยวิธีของคุณเองแล้วล่ะก็
    คุณก็จะไม่สนใจมันอีกเลย
    คุณชอบที่จะเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ของคุณ
    แต่มันก็ออกมาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่อยู่บ่อยๆ ไม่ใช่หรือ??
    คุณชอบที่จะเรียนรู้ สำรวจสิ่งต่างๆ ถ้าคุณมีโอกาสที่จะหาเงิน
    คุณก็จะยอมละทิ้งความสุขส่วนตัวของคุณไปเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าก่อน
    คุณต้องพิสูจน์ตัวคุณเองให้คนรักของคุณได้เห็น
    แต่ก็ยังดีนะที่คุณยังชอบฟังความคิดเห็นจากคนรอบข้าง

    ชื่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Z นั่นหมายความว่า
               คุณเป็นคนที่โรแมนติกมากๆ ช่างเพ้อฝัน และบางครั้งคุณก็เชื่อว่า
    ความรักคือความเจ็บปวด คุณคิดว่า
    ตัวคุณเองเป็นคนที่เกิดมาเพื่อบูชาความรัก เป็นคนที่จริงใจ
    มีความทะเยอทะยาน คุณห้ามตัวเองที่จะตกหลุมรักใครสักคนไม่ได้
    จินตนาการของคุณนั้น
    บ่อยครั้งที่มาจากภาพยนตร์หรือนิตยสารที่คุณดู
    คุณไม่มีวันที่จะเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนอื่นรู้โดยเด็ดขาด





    เรื่องฮาๆ ของเหล่ายอดมนุษย์

    เรื่องฮาๆ ของเหล่ายอดมนุษย์     

       
       
    1
       
    วันหนึ่ง Superman อยากออกไปเที่ยวมากๆ ก็เลยโทรชวน Batman ไปกินเหล้า
    แต่คำตอบที่ได้รับคือ “ไปไม่ได้จริงๆ เนี่ย Robin ป่วย ต้องคอยดูแล”

    Superman ก็เซ็งนิดๆ แต่ไม่เป็นไร ลองโทรไปชวน Spider Man (ไอ้แมงมุม) ดีกว่า
    ก็เลยโทรไป แต่ Spider Man ก็บอกว่า “ไม่ว่างๆ ต้องไปงานปาร์ตี้บ้านเพื่อน วันหลังก็แล้วกันนะ”

    Superman ก็เลยเซ็ง พลางนึกในใจว่า “ไปคนเดียวก็ได้วะ”
    แล้วก็บินขึ้นฟ้าไป ทันใดนั้น ระหว่างทางก็นึกขึ้นได้ว่า
    เออ... แวะไปคอนโดของ Wonder Woman (สาวน้อยมหัศจรรย์) ดีกว่า ชวนหล่อนไปเที่ยว เผื่อฟลุค...

    คิดได้ดังนั้น ก็เลยเลี้ยวไปที่ระเบียงคอนโดของ Wonder Woman
    มองเข้าไปข้างในก็เห็นหล่อน กำลังเปลือยกาย นอนหงายบนเตียง หลับตาพริ้ม แล้วก็... open her legs...

    Superman ก็เลยเกิดตัณหา แล้วก็นึกในใจว่า... เราเป็น Superman นี่นา แล้วก็เร็วกว่าเสียงอยู่แล้ว
    ถ้าเราเข้าไป xxx เธออย่างรวดเร็ว แล้วรีบออกมา เธอคงไม่ทันรู้ตัวแน่ๆ เลย
    คิดได้ดังนั้นก็เลย รีบใช้ความเร็วเหนือเสียงเข้าไป xxx แล้วบินกลับไปอย่างรวดเร็ว จนไม่มีใครมองทัน
    พลางยิ้มกริ่มด้วยความสุข จึงไม่ได้ยินเสียง Wonder Woman ที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาแล้วพูดว่า
    “ที่รัก... เมื่อกี้คุณได้ยินเสียงอะไรไม๊คะ?” หล่อนถาม Invisible Man (มนุษย์ล่องหน) ที่กำลังทับเธออยู่
    เขาตอบว่า “ผมไม่ได้ยินอะไรหรอก แต่แปลกมาก อยู่ดีๆ ตอนนี้ผมรู้สึกเจ็บก้นมากๆ เลย...”

    พจนานุกรม(กวน)

    พจนานุกวน...     

     
       
    1
       

    บุหรี่ : ใบยาสูบที่มีกระดาษพันอยู่โดยมีไฟติดอยู่อีกข้างหนึ่ง และมีคนโง่อยู่อีกข้างหนึ่ง

    หย่า : Future tense ของคำว่า " แต่งงาน"

    เลกเชอร์ : ศิลปะในการถ่ายทอดข้อมูลจากกระดาษโน้ตของอาจารย์ ไปยังกระดาษโน้ตของนักศึกษา โดยที่ไม่ผ่านหัวสมองของทั้ง 2 ฝ่าย

    ประชุม : ความงุนงงของคนคนหนึ่งที่มีมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์จบลง

    ยินยอม : ศิลปะในการแบ่งเค้กให้ทุกๆคน โดยทำให้แต่ล่ะคนคิดว่าตนเองได้เค้กชิ้นใหญ่สุด

    น้ำตา : พลังน้ำที่ผู้หญิง สามารถสยบความแข็งแกร่งของพลังงานแห่งความเป็นชายได้

    พจนานุกรม : ที่เดียวที่คำว่า Success มาก่อนคำว่า Work

    ห้องประชุม : สถานที่ซึ่งทุกๆ คนจะส่งเสียง โดยไม่มีใครฟังและไม่มีใครยอมรับอะไร

    เจ้านาย : ใครบางคนที่ชอบมาทำงานเช้าในวันที่คุณเข้างานสาย และก็มาซะสายในวันที่คุณมาเช้า

    อาชญากร : ก็เหมือนคนเราๆ ท่านๆ นี่แหละ เพียงแต่ถูกจับได้

    นักการทูต : คนที่บอกให้คุณไปลงนรกได้ด้วยวิธีพูด ที่ทำให้คุณอยากไปแทบจะรอไม่ไหว

    หมอ : คนที่ช่วยชีวิตคุณด้วยยาและฆ่าคุณทีหลังด้วยบิลค่ารักษา

    ทนายความ : คนที่ยื่นมือเข้าช่วยคนทำผิดกฎหมาย อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    นักโฆษณา : คนที่รู้จักเลือกพูดแต่ความจริงเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการเฉพาะครึ่งที่ดี

    นักร้องวัยรุ่น : เด็กหนุ่มสาวที่มีหน้าตาเป็นอาวุธ และเครื่องแต่งเสียงกับ sound engineerเป็นเพื่อนตาย

    หมอดูลายมือ : คนแปลกหน้าที่สามารถจับมือแฟนคุณได้ต่อหน้าต่อตา โดยไม่โดน...

    ข่าวลือ : สิ่งที่มีประสิทธิภาพไวกว่าแสง

    ประสบการณ์ : ชื่อที่มนุษย์ตั้งให้กับความผิดพลาดที่ทำในอดีต

    หาว : จังหวะเดียวในชีวิตที่ผู้ชายที่แต่งงานแล้วบางคน มีโอกาสได้อ้าปาก
     <
    February 19

    สูตรเด็ดมาม่า ฮาชัวๆ

    สูตรเด็ด มาม่า Ha Ha Ha

    คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ? ที่มีปัญหาทางด้านโภชนาการ...
    โดยคุณมีอาหารหลักคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นเพื่อนยามหิวโหย
    เนื่องจากหลายสาเหตุ..เช่น ปัญหาการเงินรุมเร้า ,ขี้เกียจออกไปซื้อ
    ,อยู่ตัวคนเดียว,แฟนทิ้ง,ทิ้งแฟน หรืออยู่ในภาวะเร่งด่วนตลอดเวลา

    หรือสาเหตุไหนก็ได้ ที่แบบว่ากินกันจนเส้นผมจะหงิกงอเป็นเส้นมาม่าอยู่แล้ว..
    โอ้..มิต้องห่วง วันนี้เรามีสูตรเด็ดมาแนะนำให้ท่านไปลองทำกัน
    โดยเราจะเน้นไปที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ มาม่า และเน้นเพี่ยงสองรสหลักๆ
    ได้แก รสหมูสับ และ รสต้มยำกุ้ง
    เขาบอกไว้ว่า..สองรสนี้ เป็น Standard มาตรฐานที่สุดหน่ะครับ




    ------------------------------------------------


    สูตรที่ 1 ] ไข่แดงพิโรธ !! ( 7 - 10 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , ไข่ 1 ฟอง , พริกป่น , น้ำปลา
    1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) ตอกไข่ลงไป
    2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 100c ระยะเวลา 3.50 นาที
    3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา และน้ำปลา พริกป่นตามใจ

    Reaction :
    " ไข่แดงพิโรธ !! คือการหลอมรวมอย่างลงตัวของโปรตีนและแป้ง
    ไข่ขาวเป็นก้อนนิ่ม ๆ เหมือนเจลลี่ ส่วนไข่แดงก็ละม้ายคล้ายปีโป้
    รสชาดที่ได้ คือความธรรมดา ๆ ในรูปแบบของสูงสุดคืนสู่สามัญ...
    เรียบง่าย แต่ได้ใจ... "
    คำเตือน :
    " ไม่ควรทำในช่วงหวัดนกระบาด... "





    [ สูตรที่ 2 ] สามแม่ครัวร้อนรัก !! ( 15 - 20 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำกุ้ง 1 ซอง , ปลากระป๋อง , มะนาว , น้ำปลา

    1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) เทปลากระป๋องลงไป
    1.1. ปลากระป๋องไม่ควรเทหมด คัดเอาเฉพาะที่พอกิน
    1.2. ไม่ควรเทน้ำปลากระป๋องลงไปหมด เพราะจะเลี่ยนจนทานไม่ลง
    2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
    3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา น้ำปลา และมะนาว(เยอะหน่อยก็ดี)


    Reaction :
    " สามแม่ครัวร้อนรัก !! คือสูตรลับเฉพาะของพวกที่มีวัตถุดิบเหลือ ประมาณว่าที่บ้านรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งมา แล้วอยากลองทำ ต้องกะแต่เพียงพอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป มิเช่นนั้นจะไม่น่ากินหากมากไปก็จะทำให้เลี่ยน เพราะน้ำมันในปลากระป๋อง นั่นทำให้มันแย่ ส่วนผสมของปลากระป๋องกับมาม่า นั่นคล้ายกับสามแม่ครัวกำลังสวิงกิ้งคลุกเคล้าความเป็นต้มยำกุ้ง ( แต่ไม่มีตังค์ซื้อกุ้งมาใส่ ) เรียกได้ว่า...อร่อยร้อนแรง...แต่แฝงไว้ด้วยความสุข(ส่วนตัว) "
    คำเตือน :
    " ปลากระป๋องใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้...แล้วแต่คนจะชอบนะ "




    [ สูตรที่ 3 ] ยาจกพิโรธ !! ( 5 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , ซอสพริก ( แบบขวดหรือแบบแถม )
    1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า)
    2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 2.30 นาที
    3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่อง และซอสพริกลงไป ตามลำดับความค่นแค้น
    Reaction :
    " ยาจกพิโรธ !! คือสูตรง่าย ๆ ที่ทำให้คุณเสพซึ้งถึงความร้อนแรงได้
    โดยเฉพาะเวลาคุณมีซอสพริกที่แถมมากับข้าวไข่เจียว หรือหอยทอด
    เหลืออยู่เต็มบ้าน ไม่รู้จะจัดการอย่างไร วิธีนี้ช่วยคุณได้อย่างมากแน่
    ด้วยราคาที่ประหยัดสุด ๆ แถมเป็นการรีไซเคิลวัตถุดิบที่เหลือใช้....
    จึงเรียกได้ว่าเป็นสูตรสำหรับคนยากจนผู้ตระหนี่อย่างแท้จริง... "

    คำเตือน :
    " หากใส่หยาดน้ำตาแห่งความอาภัพลงไปด้วย จะอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ "




    [ สูตรที่ 4 ] ไฮโซบ้านนอก !! ( 20 - 100 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , หมูยอ , แหนม , ปูอัด , ไส้กรอก
    , ผักนานาชนิด , มะนาว , น้ำปลา , ซีอิ๊วขาว , น้ำมันหอย

    1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ท่วมมาม่า)
    1.1. เทอาหารประเภทเนื้อลงไป รวยมากใส่มาก รวยน้อยใส่น้อย
    2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
    3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา บวกผักนานาชนิด
    3.1. เครื่องปรุงที่เหลือใส่ตามระดับความ "เค็ม"

    Reaction :
    " ไฮโซบ้านนอก !! คือสูตรลับเฉพาะของคนในแวดวงคุณหญิงคุณชาย
    ที่มีเครื่องเพชรเต็มบ้าน แต่ยังคงความประหยัด อยากกินมาม่าแบบไฮโซ
    เพราะฉะนั้นส่วนประกอบจึงอลังการดาวล้านดวง มากกว่ามาม่าโลโซทั่วไป
    สารอาหารที่ครบครัน ช่วยเสริมสร้างบารมีแห่งความอวบเข้าไปในทรวดทรง
    เป็นไฮโซแต่แฝงไว้ด้วยความบ้านนอกอย่างทัดเทียม... "

    คำเตือน :
    " ด้วยราคาประมาณนี้...แนะนำให้ไปกินอาหารตามสั่ง ดูจะฉลาดกว่า "





    [ สูตรที่ 5 ] บาร์เทนเดอร์รำลึก !! ( 5 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำ 1 ซอง

    1. แกะซองออก เอาเครื่องปรุงออกมา เอามือบีบให้เส้นละเอียด
    2. เทเครื่องปรุงลงไปในซอง เริ่มจากน้ำมัน และพริกตาม
    3. เขย่าอีกกี่ครั้ง ก็แล้วแต่ความพอใจ ( ยิ่งมากยิ่งดี )

    Reaction :
    " บาร์เทนเดอร์รำลึก !! คืออารมณ์ของการย้อนกลับไปเป็นเด็กวัยขบเผาะ
    ลองนึกถึงตอนที่คุณไปเข้าค่ายสิ ไม่ว่าจะลูกเสือ เนตรนารี หรือ ร.ด.
    เป็นสูตรที่เรียกได้ว่า " สากลโลก " ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลองกันมาแล้ว
    นอกจากจะได้อรรถรสในรสชาดแล้ว ยังได้ออกกำลังไปในตัวด้วย...
    ยิ่งเขย่ามากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแรงเท่านั้น...ประโยชน์รอบด้านจริง ๆ ...
    และที่สำคัญมันสามารถนำไปเป็นกับแกล้มในวงสุราได้อีกด้วยนะเนี่ย
    ...ยกเว้นก็แต่โรคกระเพาะจะถามนั่นแหละ... "

    คำเตือน :
    " ตอนกินควรกินด้วยกันหลาย ๆ คน...เพื่อเข้าสู่ Mode ระลึกชาติ "



    [ สูตรที่ 6 ] มาม่า GMO !! ( 5 บาท )
    อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำ 1 ซอง , มะนาว , น้ำปลา , กุ้งแห้ง
    ผักชี , คื่นช่าย , หรืออะไรก็ตามที่เขาใส่ในข้าวต้มหมู...
    ข้าวสวย 1 ป๊าบ ( เอ่อ...มันคือช้อนใหญ่ ๆ ผมเรียกไม่ถูก ^ ^" )

    1. เทข้าวสวยลงไปในถ้วย เทมาม่าและน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) พร้อมกุ้งแห้ง
    2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
    3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องที่แถมมาลงไป นอกนั้นใส่ตามความต้องการ

    Reaction :
    " มาม่า GMO !! คือการดัดแปลงพันธุกรรมของมาม่า โดยนักโภชนาการ
    ผลที่ได้คือส่วนผสมของมาม่าและข้าวต้ม เป็นลูกครึ่งข้ามขีดทางสายพันธุ์
    ประมาณว่าได้อรรถรสในต้มยำของมาม่า และเมล็ดข้าวต้มที่ชอนไชผ่านลิ้น
    ส่วนผสมดังกล่าวนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายแต่อย่างใด...
    และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพวกที่ชอบหุงข้าวเหลือนะครับ "

    คำเตือน :
    " โปรดระวังกลุ่มกรีนพีช จะมาประท้วงที่หน้าบ้าน.......... "

    คนมีแฟน กะ ไม่มีแฟน คุณจะเลือกอย่างไหน

    คนมีแฟน กะ ไม่มีแฟน

    คนมีแฟนแล้ว
    เป็นคนดีกว่าเดิม พูดเพราะขึ้น (เฉพาะกับแฟน) รู้จักเอาใจ มีคนคอยคิดถึง
    มีคนคอยห่วง คอยหวง คอยหึง ถูกริดรอนสิทธิและเสรีภาพ มีพันธะเพิ่มขึ้น
    ค่าโทรศัพท์แพงขึ้น ตังค์หมดก่อนเวลาอันควร
    กลับบ้านช้าไม่ได้ ต้องคอยส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์ ต้องให้ของขวัญวันเกิด
    ต้องคอยตามง้อ ตามใจทุกอย่าง ต้องพาไปเที่ยว ต้องโทรหาอยู่เป็นนิตย์
    ต้องคอยไปรับไปส่ง ทำตามที่สั่งทุกอย่าง ถ้าไม่ทำ... "เลิกคบ"




    คนไม่มีแฟน
    มีอิสระในชีวิต จะทำอะไรก็ได้ ไปไหนกะใครก็ได้ ไม่มีคนมาคอยจับผิด
    หึงหวง ไม่ต้องง้อใคร ไม่มีใครงอน ไม่มีคนช่วยใช้ตังค์ ไม่มีพันธะ
    ไม่มีคนคอยโทรตาม ไม่ต้องคอยส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์
    ไม่ต้องมานั่งจำวันเกิดใคร ไม่ต้องกลัวว่าใครจะทิ้งใคร
    ไม่ใส่ใจกับการแต่งตัว ตัดผมทรงไหนก็ได้ ไม่สนใจกับคำว่าอกหัก
    ไม่มีคนให้โทรหา ไม่เปลืองค่าโทรศัพท์ ไม่มีคนมาให้ของขวัญ
    ไม่มีคนคอยรับคอยส่ง ไม่มีคนห่วงใย ไม่มีคนเฝ้าไข้ ไม่มีคนไปเผาศพ
    ไม่มีคนสนใจ ไร้ความหมาย ตายดีกว่า...

     

    อ่านแล้ว...โดน!!!โดนจริงๆ

    อ่านแล้ว...โดน!!!โดนจริงๆ การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว
    ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน. . . . . .แต่เมื่อได้ชิม. . . . .

    ก็จะรู้ ว่า. . . . .รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น


    จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง

    ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะ

    เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . .

    ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย


    ร่างกายของคนๆหนึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็ง

    ที่สักวันหนึ่ง. . . . .มันก็ต้องละลายไป. . . .



    นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว

    ถ้าคุณไม่หุง. . . . . . ย่อมกินไม่ได้



    ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . . .ที่มีทุกรส

    ยกเว้น. . . . ความหวาน


    ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว

    ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ


    ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ. . . . Pepsi

    ที่อึกแรกมักจะซ่า. . . . แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า

    ก็หายซ่าไปเอง. . . . .เหอๆๆๆ



    ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวนสัตว์

    ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . .


    ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอาม ารักษาแผลเดิม

    ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ

    10 ข้อ เอาไว้หลอกกอดสาวๆ(ได้ผลน๊า.)

    10 ข้อ เอาไว้หลอกกอดสาวๆ 1. ดูหนังผีมีลุ้น
    มุขนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในบรรดาสุดยอดเคล็ดวิชาที่จัดข ึ้นหิ้งมุขคลาสสิคได้เลย ถึงแม้เหล่าคุณเธอส่วนใหญ่จะรู้ทันกับมุขควายๆ ง่ายๆ แบบนี้ แต่ที่ไหนมีผีจำไว้ให้ดีว่าที่นั่นมีลุ้น หลักการง่ายนิดเดียว ท่องไว้ว่า "ผีโผล่เธอโผกอด" อ้าาาา เหมือนจะง่ายใช่มั้ย แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปอย่างนั้น เพราะยังมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ไม่กลัวผีในจอ พวกเธอเหล่านี้จิตแข็งพอที่จะแยกแยะออกว่ามันก็แค่คน ทาขอบตาดำๆ ทำตัวแข็งๆ ก็เท่านั้น ในกรณีนี้แนะนำให้ข้ามไป level 2 คือ พาเที่ยวบ้านผีจริงๆซะเลย แล้วถ้าผีจริงยังเอาไม่อยู่ ให้คุณลองพิจารณาดูใหม่ว่าเธอหรือผีกันแน่ที่น่ากลัว กว่ากัน

    2. Hero กำมะลอ
    อันนี้เป็นอุบายตื้นๆ ที่เห็นในหนังไทยทั่วไป วิธีการคือไหว้วานเพื่อนคุณสักคนสองคนที่ไว้ใจได้ และมีวิญญาณนักแสดงนิดหน่อย เข้ามาลวนลามทางวาจากับเธอ เมื่อนางเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็ถึงคิวพระเอก อย่างคุณที่จะต้องขี่ม้าขาวมาช่วยเธอ อย่ารีรอ รีบเข้าไปโอบกอดเธอเสมือนคุณนั้นเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วพูดว่า "เฮ้ย ยุ่งอะไรกับแฟนกูวะ" เมื่อเหล่าร้ายเตลิดไปแล้ว ให้รีบเปลี่ยนบทกลับมาสู่ชีวิตจริงทันที "เออ ขอโทษที เมื่อกี๊ไม่ได้ตั้งใจ จริงๆ แล้วผมก็กลัวมากเลยนะ" เธอจะยิ้มหน้าแดงพร้อมกับตบไหล่คุณแก้เขิน แล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรหรอก ก็เธออุตส่าห์ช่วยเรานิ่" โป๊ะเช๊ะ ! ตามสูตรทุกประการ

    3. ซ้อนท้ายสบายแฮ
    หาวันดีๆชวนเธอไปขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เล่นกัน แต่ต้องระลึกไว้เสมอว่าคุณคือคนเมา เมาไม่ขับซ้อนได้อย่างเดียว ยิ่งเธอขี่ไม่แข็งเท่าไหร่ยิ่งดี ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเอื้อมมือไปช่วยบังคับแฮนด์ซะแล้ วแตะเบรคหน้าถี่ๆ ทีนี้ละพ่อ! นอกจากกอดแล้วยังได้ดมขี้หูขี้หัวถูไถกันให้ชื่นใจไป อีก แต่ก็ดูให้ดีหน่อยอุบายแบบนี้เหมาะกับการขี่ที่ความเ ร็วต่ำและถนนโล่งเรียบ ไม่งั้นอาจได้กอดกันยิ้มแฉ่งเป็นคางคกแบนทั้งคู่

    4. สิ่งประหลาดล้านชนิด
    สืบมาให้ได้ว่าเธอกลัวสิ่งประหลาดประเภทไหน จิ้งจก หนู แมลงสาบ แมงมุม ตุ๊กแก งู ฯลฯ หาสิ่งเหล่านี้มาไม่ว่าจะเป็นแบบจำลองหรือตัวเป็นๆ เลือกใช้ในสถานการณ์ที่อยู่กันคนน้อยๆ ปล่อยมันออกมาแล้วรีบคว้าจังหวะที่เธอปี๊ดป๊าดกระตู้ วู้เข้าไปโอบกอดให้ปลอดภัย แต่ในกรณีที่เธอกลัวสิ่งประหาดที่มีอันตรายมากๆ อย่างเช่น งูเกี้ยง ไม่ขอแนะนำให้ปล่อยมันอออกมาเด็ดขาดเพราะคุณอาจได้นอ นกอดมุ้งสายบัวแทนตัวเธอก็เป็นได้

    5. ปลาตอดหนุ่บหนับ
    หาวันหยุดดีๆ ชวนเธอไปทะเลสวยๆ น้ำใสๆ แล้วลงไปเล่นน้ำกัน พยามว่ายไปในจุดที่ระดับน้ำสูงประมาณอก ดำน้ำลงไปแล้วใส่วิญญาณปลาหมึกว่ายเข้าปล่อยหนวดหนุ่ บหนับตามแข้งขา แต่จำไว้ว่าอย่าตระกละ ตอดทีละนิดเพื่อให้เธอเห็นว่าเราขี้เล่นเป็นตัวไม่มี พิษภัย จากนั้นค่อยไปที่ level สูงๆ ไต่ขึ้นไปทีละหน่อย ตอดหนุ่บหนับๆบ่อยๆไปเรื่อย แต่ระวังไว้อย่าง ถ้าทะเลแถวนั้นหนาแน่นไปด้วยผู้คนต้องหาพิกัดจุดยืนข องเธอให้แน่นอน ไม่งั้นไปกอดขาเมียชาวบ้านเดี๋ยวได้อาหารว่างเป็นแข้ งผัวชุบน้ำเกลือ

    6. mascot กอดเพลิน
    ความน่ารักของเจ้าตัว mascot มีแรงดูดสาวๆและเด็กเสมอ ยิ่งเป็นชุดสวมด้วยแล้วยิ่งมีเสน่ห์เข้าไปใหญ่ สิ่งที่คุณต้องทำคือหาชุด mascot น่ารักๆสักตัวมาสวมในโอกาสพิเศษที่เกี่ยวข้องกับเธอไ ม่ว่าจะเป็นวันเกิด วันรับปริญญา วันฉลองได้รับตำแหน่งใหม่ แต่งานศพว่าที่พ่อตาแม่ยายหรือญาติโกโหติกาของเธออย่ าทะลึ่งใส่ไปล่ะ อัตราโดนถีบมีเยอะกว่ากอด และที่สำคัญต้องระวัง mascot บางอย่างที่ให้ความหมายส่อเจตนามืด เช่น mascot ถุงยางอนามัย

    7. ขาเพลงสำแดงผล
    ถ้าคุณเคยมีอาการขาแพลงมาก่อนคงแหลได้ไม่ยาก เริ่มจากนึกถึงความเจ็บปวดในช่วงนั้นแล้วดึงมันออกมา ให้ได้ ใส่ความอ่อนแองอแงเข้าไปเยอะๆ แต่อย่าลืมว่าสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย หาจังหวะดีๆตอนทำกิจกรรมอยู่ใกล้ๆเธอแล้วค่อยออกอากา ร อาทิ เดิน วิ่ง เล่นกีฬา อย่าไปทะลึ่งขาแพลงตอนนั่งกินหมี่เกี๊ยวล่ะ น่าสงสัย เมื่อออกอาการแล้วให้นั่งทุรนทุรายนานๆหน่อยอย่ารีบล ุก รอจนกว่าเธอจะมาประคองแล้วค่อยพยุงตัวขึ้น จะกอดเอวกอดคอก็ตามสบายเลยพ่อคุณ

    8. เสื้อกันฝนสุภาพบุรุษ
    ถ้าฤดูฝนย่างเท้าเข้ามาจำไว้ว่าอย่าพกร่ม ให้พกเสื้อกันฝนอย่างเดียว ข้อดีของเสื้อกันฝนก็คือเราสามารถกางมันออกมาคลุมให้ คนที่เราหมายปองได้ และจังหวะที่คลุมหัวนั้นคุณสามารถหาเศษหาเลยไปกับอาก ารเก้ๆกังๆ กำลังดึงชายเสื้อได้อย่างแนบเนียน หมั่นดึงชายเสื้อบ่อยๆ ได้กอดอังๆหน่อยก็ยังดี

    9. สะดุดลม
    ไม่ว่าจะอยู่ในงานรื่นเริงไหนๆก็สามารถใช้ท่านี้ได้เ สมอ แค่ทำขาอ่อนไหวไวต่อความรู้สึกเจออะไรก็สะดุดจึ๊กๆไว ้ก่อน โอเวอร์แอ็คชั่นมากๆยิ่งดีใหญ่ ไถลตัวเข้าไปอยากกอดเธอตรงไหนก็เลือกเอา แต่ขอให้ถือความหน้าด้านเป็นที่ตั้ง

    10. เหินฟ้าท้ากอด
    กอดคนอื่นเป็นเรื่องง่าย แต่ทำให้เขากอดเรานี่สิยาก แนะนำให้เอาวิธีนี้ไปใช้กันครับ เพียงแค่คุณหาที่สูงและหวาดเสียวสักแห่ง ขึ้นไปยืนบนนั้นแล้วประกาศออกมา “ผมอยากตาย” รอเวลาอีกนิดหน่อยให้ตำรวจเดินทางมาถึงแล้วยื่นข้อเส นอต่อรอง บอกเขาไปว่าอยากเจอหน้าคนรักหรือคนที่กำลังแอบรัก แต่ต้องเตรียมเบอร์โทรของเธอ เลือกสถานที่ให้ใกล้ย่านที่เธอพักอาศัยและตรวจตราวัน เวลาให้รอบคอบว่าเธอไม่ไปไหนไกลแน่นอน เท่านี้ก็เตรียมวงแขนอุ่นๆของคุณไว้กอดได้เลย แต่ถ้าพลาดตกลงมาตาย***ก่อนก็ซวยไป เขียนความต้องการสุดท้ายใส่กระเป๋ากางเกงไว้ก็ดีเผื่ อเธอจะได้มากอดส่งวิญาณ

    February 17

    ฉากจบโดราเอมอนตอนที่2

    เรื่องราวการ์ตูนของหุ่นยนต์แมวอ้วนสีน้ำเงินนี้มีมานานกว่าสิบสิบปีแล้ว

    เขียนกันจนกระทั่งผู้เขียนได้เสียชีวิตจากไป กระนั้นเรื่องราวก็ยังไม่จบแบบสมบูรณ์ แต่ทว่าที่ญี่ปุ่น
    ได้เผยถึงตอนจบที่ผู้เขียนได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตไว้คร่าว ๆ
    ว่าโนบิตะเป็นเด็กที่อ่อนแอที่เป็นโรคร้ายรักษาไม่หาย และกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาเป็นแรมปีแล้ว
    ในขณะที่พ่อแม่พี่น้องทุกคนกำลังถอดใจ ก็ตัดสินใจที่จะทำให้เขาตื่นขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่เขาตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาล
    เขาเห็นคนรู้จักของเขาเกือบทุกคน ทั้งพ่อ แม่ เพื่อน ๆ ต่างมายืนล้อมรอบเตียงของเขา แต่เขามองไม่เห็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขานั่น
    คือ โดเรมอน . . เขาจึงถามหา .. แต่คำตอบที่ได้ก็คือ

    โดเรมอนนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องราวในความฝันของเขา
    ขณะที่เขาหลับเป็นเจ้าชายนิทราเท่านั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เขารู้สึกเสียใจมาก . . .
    วันรุ่งขึ้นขณะที่โนบิตะนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เขาก็ได้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ผลัดใบร่วงไปเกือบจะหมดต้นแล้ว

    อากาศในตอนนั้นหนาวเย็น
    โนบิตะนั่งถอนใจนึกถึงเรื่องราวของโดเรมอน . . .
    ทันทีที่ใบไม้ใบสุดท้ายหลุดร่วงลงจากต้น

    โนบิตะก็หมดลมหายใจจากไป . . . .


    ผู้เขียนได้เขียนตอนจบนี้ขณะที่เขาป่วย
    ก่อนที่จะเสียชีวิตในโรงพยาบาล
    แต่ก็ไม่ได้ลงตีพิมพ์
    เพราะสมาพันธ์การ์ตูนแห่งประเทศญี่ปุ่นให้เหตุผลว่า
    มันเศร้าเกินไป
    เด็กๆมีความผูกพันกับโดเรมอนมากทางด้านจิตใจ
    หากผลสรุปว่า โดเรมอนเป็นเพียงความฝันของเด็กไม่สบายคนหนึ่งเท่านั้น

    และสุดท้ายก็เสียชีวิต จะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ๆ
    มากเกินไป . . .

    ฉากจบของโดราเอมอนตอนที่1

    ... บ่ายวันหนึ่ง
    ซึ่งก็เป็นวันธรรมดาเหมือนวันอื่นๆ ทั่วๆไป โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน และวิ่งขึ้นไปชั้น 2ไปที่ห้องของเขา โดเรมอนอยู่ในห้องนั้น และกำลังนอนอยู่ซึ่งก็เป็นเหมือนปกติทุกๆ วัน
    "เฮ้ !! โดเรมอนตื่นเถอะแล้วไปเล่นด้วยกัน "โนบิตะชวน
    แต่โดเรมอนก็ยังไม่ตื่น
    โนบิตะคิดว่า โดเรมอนคงจะเหนื่อย
    ปล่อยให้นอนต่อไปดีกว่า ดังนั้นเขาจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอนกะชิซูกะและเพื่อนคนอื่นๆ


    ... 2-3 ชั่วโมงต่อมา โนบิตะก็กลับมาที่บ้านของเขาและโดเรมอนก็ยังคงนอนอยู่ โนบิตะเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป
    "ปกติโดเรมอนไม่นอนนานอย่างนี้นี่นา " เขาพยายามจะปลุกโดเรมอน แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากโดเรมอน
    โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกโดเรมอน แต่ไม่ว่าโนบิตะจะพยายามทำอย่างไรก็ตาม
    โดเรมอนก็ไม่ตื่น ถึงตอนนี้โนบิตะรู้ชัดเจนแล้วว่ามีบางอย่างแปลกไป ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
    โนบิตะเริ่มร้องไห้
    แม้ว่าจะร้องไห้หรือตะโกนร้องอย่างไร เจ้าหุ่นยนต์รูปแมวตัวอ้วนก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างไร แล้วโนบิตะก็เกิดความคิดขึ้นมา!!
    เขากระโดดลงไปในลิ้นชักโต๊ะของเขา, ใช่แล้ว ไทม์แมชชีนนั่นเอง
    โนบิตะใช้ ไทม์แมชชีน ไปในอนาคตไปหา โดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะไปขอความช่วยเหลือจากโดเรมี
    และพาเธอกลับมากับเขา

    ...กลับมาในปี 1998
    หลังจากนั่ง ไทม์แมชชีน กลับมายัง ปี 1998 โดเรมีก็ไปตรวจ ระบบต่างๆ ในตัวของโดเรมอน เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับโดเรมอน-พี่ชายของเธอ

    หลังจากนั้นไม่นาน โดเรมีก็บอกว่า "แบตเตอรี่ของโดเรมอนหมด"
    โนบิตะได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และบอกกับโดเรมีว่า
    "แบตเตอรี่หรือ? โดเรมอนไม่ได้เสียหายอย่างอื่นใช่ไหม

    งั้นจะรีรออะไรอยู่ล่ะ
    ก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้เขา
    และทำให้โดเรมอนตื่นกลับมาเหมือนเดิมสิ"
    แต่ .. โดเรมี ส่ายหัวและพูดขึ้นว่า
    "โนบิตะซัง ฉันควรทำอย่างนั้นเหรอ?"
    "อะ . . .อะไรนะ โดเรมี เธอหมายความว่ายังไง??"
    โดเรมีตอบว่า "ก็ แบตเตอรี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้
    ใกล้กับกระเป๋าหน้าของเขา และไฟมันหมดแล้ว
    ซึ่งแต่เดิมแล้วโดเรมอนจะมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ที่หู
    แต่ว่าโนบิตะ ก็อย่างที่รู้ๆกันแหล่ะว่า
    หูของโดเรมอนถูกหนูแทะกินไป เมื่อหลายปีมาแล้ว
    ดังนั้นตอนนี้โดเรมอนก็เลยไม่มีแบตเตอรี่สำรอง"
    "แล้วมันหมายความว่าอย่างไรละ" โนบิตะสงสัย
    "ก็หมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้โดเรมอน

    ความทรงจำทุกอย่างของโดเรมอนก็จะหายไปจากส่วนของหน่วยความจำนะสิ"

    "อะไรนะ?"
    "แล้วเธอยังจะให้ฉันเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้อย่างนั้นหรือ"

    โนบิตะหลับตาแล้วร้องไห้ . . .

    แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หยุดร้องและบอกโดเรมีจังว่า
    "โดเรมี,ขอบคุณนะที่อุตส่าห์มา ฉันจะดูแลโดเรมอนเอง
    เธอกลับไปอนาคตเถอะ"
    โดเรมีจังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยโนบิตะดี, เธอเข้าไปกอดโนบิตะเพื่อปลอบใจ และก็กลับไปอนาคต

    หลังจากโดเรมีกลับไป โนบิตะอุ้มโดเรมอนขึ้น ยกโดเรมอนวางไว้ในตู้ที่นอนของโดเรมอนตามเดิม


    . . .วัน- เวลาผ่านไป . . .
    ปี ค.ศ.2010 . . . โนบิตะโตขึ้น
    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเปลี่ยนไป เขาทุ่มเทเรียนอย่างหนัก ไม่มีการร้องไห้อีกต่อไป และเขาก็มีชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีโดเรมอน
    เขาได้บอกชิซูกะและทุกๆคนว่า โดเรมอนได้กลับไปสู่อนาคตของเขาแล้ว และจะไม่สามารถได้พบกับโดเรมอนได้อีกต่อไป
    ทุกอย่าง ต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกหลุมรักซึ่งกันและกันและในที่สุดก็ได้แต่งงานกัน . . .
    โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาได้สร้างห้องของเขาให้กลายเป็นห้องทดลอง และทุ่มเทศึกษาอย่างหนักในงานของเขาตลอดทั้งวัน เขาได้บอกชิซูกะว่าไม่ให้เข้ามาในห้องทดลองของเขา เพราะมีสิ่งที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย

    แต่แล้ววันหนึ่ง
    เขากลับเรียกชิซูกะให้เข้าไปในห้องของเขา ห้องทดลองซึ่งเขาเคยบอกว่าเต็มไปด้วยอันตราย มันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะได้เข้าไปในห้องทดลองของสามีของเธอ

    และเมื่อเธอเข้าไป . . เธอถึงกับตกใจจนพูดไม่ออก !
    เพราะสิ่งที่เธอเห็น ..
    เพื่อนเก่าของเธอ
    ผู้ที่เธอเคยเล่นด้วยในวันเด็ก
    "โดเรมอน"
    โดเรมอนไม่ได้เคลื่อนไหว มันดูเหมือนว่าเขากำลังหลับ
    "ดูนะชิซูกะ ฉันจะเสียบปลั๊กเดี๋ยวนี้แหละ . . "
    โนบิตะเปิดสวิชส์หลักของโดเรมอน
    โดเรมอน ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว . . . . .


    มันเป็นช่วงเวลาสำหรับคำถามที่ทุกคนอยากรู้ว่า
    "ผู้ประดิษฐ์โดเรมอน . . . เป็นใคร"
    มีคำตอบที่ชัดเจน
    คนนั้นคือ โนบิตะ นั่นเอง . . .
    โนบิตะเรียนอย่างหนัก และทุ่มเท
    เพื่อที่จะได้พบได้คุยกับเพื่อนเก่าของเขา
    "โดเรมอน" อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้นั้น โนบิตะเป็นผู้ที่สร้างโดเรมอนขึ้นมา



    เขาได้ค้นพบโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และโปรแกรมทั้งหมด ของหุ่นยนต์ที่เป็นแบบฉบับของโดเรมอน
    โนบิตะและชิซูกะ ร้องไห้เบาๆ
    ด้วยความยินดี . . . .
    โดเรมอนลืมตาขึ้นมา . . มองไปรอบๆ และในที่สุดก็พูดขึ้นว่า
    "โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?"


    เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน วัน-เวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน . . . .
    . .

    30 ข้อดี ของการกินเหล้า

    หมวดส่งเสริมอาชีพ
    1. คนขายเหล้ารวยขึ้น พนักงานโรงงานเหล้ามีรายได้
    2. หมอมีงานทำมากขึ้น
    3. บริษัทยาและเครื่องมือแพทย์มีรายได้มากขึ้น เพราะว่าคนเป็นตับแข็ง เสี่ยงที่จะเกิดเลือดออกในกระเพาะมากขึ้น อุปกรณ์และยาเหล่านี้ครองมูลค่าตลาดหลายล้าน
    4. เฮียปอ และตำรวจมีงานมากขึ้น
    5. หนังสือพิมพ์อยู่ได้เพราะข่าวที่เป็นผลพวงจากเหล้านี่แหละ ปล้นฆ่าข่มขืน เกินครึ่งฉบับ
    6. หนังสือเกี่ยวกับเหล้ามีมากมายพอๆกับหนังสือเพื่อสุขภาพ
    7. ทำให้พระมีเรื่องเทศน์
    8. เป็นจุดเชื่อมต่อทางศาสนาต่างๆ เพราะไม่มีศาสนาใดบอกว่าการกินเหล้าเมามายเป็นเรื่องดี
    9. มุขแป้กๆของละครเวลาไม่รู้จะเขียนบทยังไงดี จะเขียนให้วัยรุ่นกินเหล้าเมาฉุดนางเอก ถ้าเป็นหนังโรงพระเอกจะโดนยำ ถ้าเป็นละครทีวีพระเอกจะโดนมา1แผล ถ้าเป็นหนังชีวิตนางเอกจะไม่มีคนช่วย
    10. เมื่อรัฐบาลส่งเสริมอาชีพ พบว่าอาชีพผลิตเหล้าเป็นอันดับต้นๆที่คนไทยคิดออก

    หมวดความรู้ทั่วไป
    11. ขวดเบียร์ที่กินหมดแล้ว เอาไปตั้งดักแมลงสาบได้ แค่วางเอียงๆแหละ
    12. สมัยเด็กๆจะเอาขวดเหล้าไปทุบละเอียดผสมกาวทาสายป่านว่าวเอาไปแกล้งตัดว่าวคนอื่นได้
    13. สายลับใช้ขวดเหล้าฆ่าคนได้โดย เอาก้นขวดกระแทก(แข็งนะ) เอาปากขวดกระแทกเบ้าตา หรือฟาดให้แตกแล้วปาดคอ
    14. คนไทยใช้เหล้าฆ่าคนโดยเอาแก้วเหล้ากระแทกปาก และซื้อฝากเพื่อนๆ
    15. ยี่ห้อเหล้าเมืองไทย มีมากกว่ายี่ห้อนม ... สร้างรายได้ให้ผู้เกี่ยวข้องมากกว่า
    16. เหล้ามีกลุ่มเป้าหมายแคบกว่ากลุ่มเป้าหมายของนม.. แต่ส่วนแบ่งตลาดต่างกันลิบลับ
    17. เหล้าทำให้ตับแข็ง และทำให้"ไอ้นั่น"อ่อน ควบคู่กันไปอย่างอัศจรรย์
    18. คนเมามีสามกลุ่ม 1.บอกว่าตนเองเมาแล้ว 2. บอกว่าไม่เมา 3. พูดไม่ได้เพราะสลบไปแล้ว
    19. มากกว่าครึ่งของการบาดเจ็บของบุคลากรทางการแพทย์ในห้องฉุกเฉิน เกี่ยวกับคนที่เมาเหล้า ดังนั้นเป็นข้อได้เปรียบของคนที่เกลียดหมอนะ ดื่มเข้าไปเลย
    20. เหล้ามีข้อดี ขนาดที่ว่ามีโทษมากมาย แต่รัฐบาลยังไม่ห้าม แปลว่ามันต้องมีข้อดีอันลึกลับแน่นอน

    หมวดสังคม
    21. เหล้าทำให้เด็กกร้านโลก กล้าทำในสิ่งที่เด็กไม่กล้าทำเช่นปล้น ฆ่า ข่มขืน ... เป็นวิธีที่รวดเร็วในการพัฒนาเด็กเป็นผู้ใหญ่
    22. เหล้าทำให้พ่อเด็กจำนวนมากตายไปในรูปแบบต่างๆ เด็กในครอบครัวเหล่านี้จะรู้จักช่วยตนเองสู้ชีวิตมากขึ้น
    23. ทำให้หมอแมวมีเรื่องเขียนไปวันๆ
    24. เหล้าทำให้ครอบครัวอบอุ่น เร่าร้อน เหงื่อท่วมตัว จากการออกกำลังทำร้ายร่างกาย และพัฒนาต่อมน้ำตาของเด็กๆให้เจริญเร็วไม่เป็นโรคตาแห้ง
    25. เหล้ามีบทบาทป้องกันประเทศรัสเซียยามสงครามมาแล้ว ในฐานะ Molotov''''s cocktail อันลือลั่น
    26. เหล้าทำให้เราเห็นความรักอันสูงยิ่งของแม่ต่อลูก หลายครั้งที่แม่ถูกลูกเมาเหล้าเตะถีบผลักจนแขนหักขาหัก แต่แม่ยังไม่เอาเรื่อง
    27. มนุษย์และลิงเป็นสัตว์สังคมที่สูงชั้นกว่าหมาแมว ดูสิ หมาแมวมันยังไม่กินเหล้าเลย
    28. ลองนึกดูสิ ว่าเหล้าทำให้ประชากรตายไปมากแค่ไหน ถ้าไม่มีมัน โลกเราคงมีคนเยอะแยะมากมาย
    29. เป็นอุปกรณ์สากลที่ทำให้ไทยจีนฝรั่งคุยกันรู้เรื่องดีกว่าวุ้นแปลภาษาของโดเรมอน
    30. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย

    เริ่มเรื่องด้วยของที่ผมเขียนไว้เมื่อ2-3ปีก่อนเอามานั่งเรียบเรียงใหม่ แต่ก็ยังดูทันสมัยอยู่เหมือนเดิม คิดว่าเพราะเหล้าก็ยังเป็นของที่ยังคงทันสมัยอยู่เหมือนเมื่อ1000ปีก่อนอยู่ดี

    อย่างที่บอกแหละครับ เหล้ามีข้อดีมากมาย เพราะไม่เช่นนั้นขนาดมันจะเป็นต้นเหตุแห่งความ....ทั้งปวง แต่รัฐบาลก็ไม่ห้าม ผมทำงานในสถานที่ราชการ แต่ก็ยังต้องเจอคนเมาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน 1.เมาแล้วเกิดเรื่องบาดเจ็บ 2.เข้ามาเมาในโรงพยาบาล 3.เมาแล้วยังตามญาติที่ป่วยมา(นอกจากไม่ช่วยแล้วยังมาก่อกวนและทำให้สับสนอีก) บางคนก็ไม่มีอะไร เมาแล้วน่ารัก คุณลุงเมาแล้วรถล้ม เป็นแผลยาวที่ขา ล้างแผลเสร็จจะฉีดยาชาเย็บ ลุงก็บอกว่า "ไม่ต้องหรอกหมอ เจ็บแล้วจะได้จำ"(ลุงพูดแบบเมาๆ) หลังจากพยายามอยู่หลายทีและคิดว่าขืนจะฉีดยาชาก็คงถูกปัดจนมาแทงตัวเองแน่ๆ คุณลุงก็เลยโดนเย็บสดไป เย็บไปก็ซู้ดปากไป .... แต่ก็ทำเอาคนเตียงข้างๆที่เมาบาดเจ็บแล้วโวยวายถึงกับเงียบไป นี่เป็นตัวอย่างเดียวที่ผมพอจะนึกได้ในตอนนี้ แต่ที่เหลือที่จะเล่าต่อไปนี้ คือเรื่อง "ข้อดีของเหล้าที่พาคุณให้หลุดพ้นภพชาตินี้ไป"

    ก่อนจะเล่า ผมคงต้องออกตัวก่อนเพื่อไม่ให้โดนดักคอว่าคนไม่ดื่มเหล้าไม่เข้าใจหรอกว่าเป็นอย่างไร ผมเองเริ่มดื่มเหล้าเมื่อเรียนมหาวิทยาลัยปี1 ดื่มตามเพื่อนต่างคณะ เพราะว่าไปเข้าวงคุยสนทนาแล้วอยากลอง หลังจากดื่มก็รู้สึกชอบความรู้สึกเมากรุ่นๆ ก็เลยดื่มมาเรื่อยๆวันละเป๊ก เช้าบ้างเย็นบ้าง เรียกว่าต้องมีขวดเหล้าวางแอบในตู้หนังสือตลอดเวลา ดื่มแบบนี้มาเรื่อยๆ นานๆทีมีตั้งวงก็ไปดื่มบ้างพอกรุ่นๆไม่เคยเมาเต็มรูปซักที จนผ่านมาถึงปีสามก็หยุดไปสองสามเดือน แล้ววันหนึ่งไปตั้งวงดื่มแล้วดื่มหนักมากไปหน่อย ก็เกิดอาการวูบไป(จำได้ว่ากำลังคุยอยู่แล้วก็จำอะไรไม่ได้อีก นอกจากภาพลางๆร่วมกับที่เพื่อนเล่าว่า ผมอ้วกออกมาแล้วก็พูดไม่รู้เรื่อง ต้องหามไปฉีดน้ำตาลเข้าเส้น(กว่าจะไปถึงมีแต่คนใจหายใจคว่ำว่าจะตายหรือเปล่า) มาฟื้นอีกทีก็ตอนที่ฉีดเข็มที่สอง.... จากนั้นมาผมเข็ดขยาดและแทบไม่แตะเหล้าอีกเลย มองย้อนไปเพียงแค่เรื่องเดียวผมก็รู้สึกว่าแค่เหล้าเฉยๆ ไม่ได้ไปขับรถ มันก็ฆ่าคุณได้แล้ว เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมมักพูดกับเด็กวัยรุ่นที่เมาเข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน(หลังจากประเมินว่ามันลุกมาเตะผมไม่ได้)

    เริ่มเล่าแล้วกัน นอกเรื่องมาเยอะแล้ว วิธีที่เหล้าจะพาคุณพ้นชาติภพได้โดยหมอเข้าไปเกี่ยวข้องมีหลายวิธีดังนี้

    1. ทำให้ดูเหมือนบาดเจ็บน้อยกว่าที่เป็น
    ถึงคุณจะไม่ได้เป็นคนขับและเมา ส่วนคนขับไม่ได้เมาแล้วมาขับ แต่ไม่ได้แปลว่าคนไม่เมาจะไม่เกิดอุบัติเหตุ... พอรถที่ขับพาคนเมาทั้งคันกลับบ้านหลังจากเมาได้ที่กันมาทั้งหลุ่ม ปัญหาที่เกิดตามมาก็คือ "คุยไม่รู้เรื่อง" คุยรู้เรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะว่าเมื่อโดนเข็นเข้ามาในห้องฉุกเฉิน อย่างแรกที่จะโดนประเมินคือเรื่องสติ ตามด้วยการหายใจและระบบหัวใจ ซึ่งการคุยรู้เรื่องหรือพอพูดได้ จะทำให้การดูแลเป็นไปได้เร็ว (คนที่พูดได้ดังฟังชัด อย่างน้อยการหายใจก็โอเคพอที่จะอยู่ไปได้อีกหน่อย) การดูแลก็จะดูคนที่หนักที่สุดก่อน แต่ถ้าปรากฎว่าเมากันหมด ก็ต้องมานั่งตรวจทีละคนว่าใครพอไหวใครแย่..... ดังนั้นคนที่ไปกับคนเมาก็โปรดรู้ไว้ด้วยว่าวินาทีที่เกิดอุบัติเหตุ โอกาสตายหรือพิการของคุณมีค่าดังนี้ โอกาสตายหรือพิการ = โอกาสตายปกติถ้าไปคนเดียว x จำนวนคนเมาที่นั่งมากับคุณ คนที่เมาก็ยังมีปัญหาอีก เนื่องจากการตรวจบางอย่างจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากคนที่ตรวจ คนเมามีโอกาสที่จะไม่ร่วมมือโดยไม่รู้ตัว เช่นถามว่าเจ็บไหมก็ตอบว่าไม่เจ็บ(บางครั้งแขนหักเห็นชัดๆจับไปยังบอกไม่เจ็บ) หรือบอกให้หายใจก็ไม่หายใจแรงๆหรือเอาแต่พูดจนฟังปอดไม่ได้ ทำให้หมอตรวจภาวะที่อันตรายต่อชีวิตบางอย่างไม่ได้
    หลายคนเมาแล้วโวยวาย ตรวจไม่ได้ไม่ยอมให้x-rayไม่ยอมให้ดูแล.. กลับบ้านไปแล้วอาการหนักมาแล้วมาโวยทีหลังก็มีพอประมาณ ซึ่งก็ยังดีที่มีแรงโวย บางคนกลับไปแล้วไม่ได้กลับมาอีก
    ก็เป็นทางหนึ่งที่พาพ้นภพชาติได้ แต่ดูเหมือนว่าข้อนี้อาจไม่ได้เกี่ยวกับหมอมากนัก เพราะว่าหมอเองยังไม่ได้ตรวจเลย คนไข้บอกว่าไม่เป็นไรแล้วแล่นกลับไปแล้ว

    2. เป็นตัวกระตุ้นโรคต่างๆ
    คนไข้รักษาความดันเลือดสูงมาหลายปี คุมไม่ค่อยได้ ขาดยาหลายครั้ง วันหนึ่งถูกพามาโรงพยาบาลโดยสลบไม่รู้เรื่อง ลูกๆหลานๆลงความเห็นว่า"แพ้ยาความดันที่หมอให้ไป" ผมก็งงเพราะว่าคนไข้ได้ยาตัวนี้มาหลายปี ตอนที่ได้รับตัวคนไข้ใส่ท่อช่วยหายใจไปแล้ว ก็ตรวจร่างกายและถามว่าเรื่องราวเป็นมายังไง รอบแรกได้ความว่า ปกติแกไม่กินยาความดัน วันนี้แกเอายามากิน หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงก็มีคนไปเจอแกล้มลงกับพื้น ตรวจร่างกายเสร็จลองถามใหม่อีกรอบว่า แล้วปกติไม่กิน ทำไมวันนี้มากิน มีไปโมโห โกรธ ออกแรงหนักๆหรือทำอะไรมากกว่าปกติไหมรอบสองได้คำตอบว่า วันนี้กินเหล้าตามปกติ แล้วเกิดอาการปวดหัว ก็เลยไปเอายาความดันมากิน ผมก็เลยบอกไปว่าที่ตรวจมาก็เจอลักษณะที่เข้าได้กับเส้นเลือดแตกในสมอง น่าจะเกิดจากการดื่มเหล้าแล้วความดันสูงจนปวดหัวแล้วเกิดเส้นเลือดแตกมากกว่า ลูกๆหลานๆหลายคนก็ยังยืนยันมาว่า แกไม่แพ้เหล้ามาก่อน ดังนั้นไม่น่าจะเกิดจากเหล้า แต่น่าจะเป็นยาลดความดันนี่แหละที่ทำให้เส้นเลือดสมองแตก...(แต่ก็ยังดี มีบางคนฟังแล้วเข้าใจ)

    ตรงเรื่องนี้ ผมขอยืนยันว่าทุกคนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะคนอายุมาก แพ้เหล้ากันทุกคน โรคหัวใจขาดเลือด กินเหล้าแล้วหัวใจเต้นเร็วจนอาการกำเริบ หัวใจขาดเลือดตาย โรคเบาหวาน กินแล้วบางคนก็น้ำตาลต่ำจนตาย บางคนก็น้ำตาลพุ่งสูงจนตายก็มี แปลกดี โรคความดัน กินแล้วความดันพุ่ง เส้นเลือดระเบิดในหัว แบบนี้ก็ตาย โรคตับแข็ง บางคนรู้ว่าตับแข็งแล้วก็ยังดื่ม วันดีคืนดีอ้วกสองสามครั้ง แล้วก็อ้วกพุ่งเป็นเลือดสดๆ ตายตั้งแต่ยังไม่ทันเอาขึ้นรถมารพ. โรคปอดต่างๆ.. บางคนก็กินไปพอหลับก็อ้วกที เป็นซ้ำๆหลายครั้งจนอยู่มาก็มีไข้ ปรากฎว่าเป็นไข้เนื่องจากสำลักเหล้าเป็นปอดบวม ตายเหมือนกัน(โดนกรดในกระเพาะ+เหล้ากัดเนื้อปอด ตามด้วยเชื้อโรคซ้ำ)

    3. โดนวางยา
    โดยผู้หวังดีในครอบครัว หรือบางครั้งโดยหมอ มียาตัวหนึ่ง กินเข้าไปไม่เป็นไร แต่พอกินเหล้าตามจะทำให้เหล้าคั่ง เกิดอาการพิษของเหล้าขึ้นมาได้ ปกติจะใช้อยู่ในกรณีผู้ติดเหล้าเรื้อรังและเห็นว่าจะต้องใช้โดยผ่านใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น แต่ก็มีกรณีคนในครอบครัว บางครั้งไปซื้อจากร้านขายยามา แอบเอาใส่ให้คนไข้กินหรือดื่มกับอาหารปกติ โดยเข้าใจผิดว่าจะทำให้ไม่อยากเหล้า แต่พอคนไข้ไปกินเหล้าหนักๆเช่นเคย ก็เกิดอาการอย่างหนักขึ้นมาขณะอยู่คนเดียว จนท้ายที่สุดมาที่โรงพยาบาล อยู่ได้อีกไม่กี่วันก็ตาย สาเหตุก็ไม่แน่ชัดแต่คิดกันว่าตอนที่พิษขึ้นสูงๆ เกิดล้มลงอาเจียนแล้วสำลักอาเจียนจนขาดอากาศสมองตายไป ยาตัวนี้ ปัจจุบันไม่ทราบว่าควบคุมกันไปแบบไหนแล้ว แต่เคยไปลองหาซื้อดูก็ไม่เคยซื้อได้สักที(เคยโดนเภสัชซักอีกต่างหากว่าจะเอาไปทำไม) นั่นเป็นกรณีคนในครอบครัวทำโดยไม่รู้เท่า + คนขายยาที่อยากขายแต่ถ่ายเดียว กรณีที่เกิดจากหมอก็มี เรื่องคือเคยจะจ่ายยาฆ่าเชื้อตัวหนึ่งให้คนไข้ที่ออกจากรพ.โดยเป็นโรคติดเชื้อทางเดินอาหารไป แล้วก็โดนเภสัชแทงหนังสือกลับมาเป็นใบว่า "ให้พิจารณาเปลี่ยนยา เนื่องจากผู้ป่วยกินเหล้าอยู่ อาจเกิดอันตรายได้" ผมก็เลยงงๆ เพราะว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ายาตัวนี้มันมีผลข้างเคียงแบบนี้ และงงที่ทำไมต้องเขียนกลับมาให้เราเปลี่ยนยาด้วย แต่พอโทรไปถามแล้วลองเปิดดูประวัติเดิมก็รู้ว่าคนๆนี้ติดเหล้าอย่างร้ายกาจ ก็เลยต้องเปลี่ยนใจเอากลับเข้ามานอนให้ยาต่อในโรงพยาบาลจนครบ ระหว่างนอนรพ. ก็เกิดมีอาการของคนขาดเหล้าให้เห็นอย่างชัดเจน โชคยังดีที่ไม่ปล่อยให้กลับไปโดยสั่งงดเหล้า ไม่ยังนั้นเกิดคนไข้ไปเป็นอะไรที่บ้าน ไม่ว่าเกิดพิษเหล้าคั่งจากยา หรือชักเพราะงดเหล้า หมอแมวก็คงโดนทนายยื่นโนติสข้อหาวางยาคนไข้หรือไปสั่งให้คนไข้งดเหล้าแน่ๆ

    4. ในระยะยาว มันไม่ดีกันทั้งนั้น
    คนที่ดื่มเหล้าแต่ว่าแคล้วคลาด ไม่โดนยิงแทงมีเรื่องกับใคร กินที่บ้านไม่ได้ไปซิ่งที่ไหน ก็ไม่ได้รอดไปอย่างดีนัก โรคอย่างที่หนึ่ง โรคกระเพาะ ทั้งปวดกระเพาะ เจ็บกระเพาะ หนักๆหน่อยก็อาเจียนเป็นเลือดหรือกระเพาะทะลุ โรคอย่างที่สอง ตับอ่อนอักเสบ หลังดื่มเหล้าแล้วเกิดอาการปวดท้องที่ลิ้นปี่อย่างแรง ปวดทะลุร้าวไปที่หลัง พอตรวจดูว่าไม่ได้เป็นโรคที่ต้องผ่าตัดทั้งหลายและเจาะเลือดดูว่าเป็นโรคนี้จริง การรักษาก็คือ "นอนเฉยๆ" ถูกต้องครับ นอนเฉยๆ ห้ามกินน้ำและอาหาร ส่วนเรื่องต่างๆที่เหลือคุณจะไม่ได้กำหนดเองเลย อาการจะมากน้อยหรือเป็นตายขึ้นกับ -ขนาดความรุนแรงของโรค- -การดูแลให้สารน้ำ น้ำเกลือเวลาช๊อค-....แต่ที่ไหนก็รักษาเหมือนๆกัน ดังนั้นเรียกว่ารอดหรือไม่รอด ปัจจัยสำคัญตัวหนึ่งก็คือดวง ถ้าเป็นหนักมากๆ หมอก็คงเอาไม่อยู่เหมือนกันสำหรับโรคนี้ โรคอย่างที่สาม ตับแข็ง... หลังจากตับแข็งจะมีอาการของเลือดที่ท้นไปที่อื่น เกิดเส้นเลือดโป่งพองตามที่ต่างๆ เช่น ริดสีดวง เส้นเลือดขอดที่หน้าท้อง เส้นเลือดโป่งในหลอดอาหาร วันดีคืนดี ก็แตกโพละ แล้วก็อ้วกเป็นเลือด หรือไม่ก็ถ่ายเป็นเลือด .... ลองนึกดูแล้วกัน เลือดออกทางก้นจนตาย..น่าดูไหม โรคอย่างที่สี่ ตับวาย หลังจากตับได้ทำหน้าที่อันซื่อสัตย์จนตายหมดทั้งใบ เจ้าของก็จะเริ่มแย่ ด้วยอาการเหลืองไปทั้งตัว ของเสียต่างๆที่ตับเคยช่วยกำจัด ก็คั่งไปตามที่ต่างๆโดยเฉพาะสมอง มาถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่หวังเรื่องรักษาจนหายขาดแล้วล่ะครับ รอเวลาอย่างเดียว

    อ่านข้อดีของเหล้าทั้งหลายนี้แล้วก็ลองเลือกกันดูนะครับว่าจะเอาแบบไหนดี เอาแบบเร็วๆ พุ่งลงคลอง แล้วเดี๋ยวตำรวจมาตามผมไปชันสูตร เอาแบบปานกลาง แผลฉีกขาดแล้วเข้ามาโวยวายในห้องฉุกเฉิน ผมจะรอจนกว่าสงบแล้วค่อยเข้าไปเย็บแผล ถ้าไม่สงบแม้พยาบาลจะเข้าไปเย็บก็ไม่ยอม หรือเอาแบบช้าๆ เหลืองอร่ามทั่วมาเจอผมก็ได้ แต่คงแย่หน่อย เพราะว่าคงคุยกันรู้เรื่องไม่นาน แบบไหนก็ได้ครับ มีแต่ข้อดีทั้งน้าน

    อ่านแล้วมะควรทำน๊า..เอามาให้อ่านเล่นๆ ขำขำ

    เบื่อผัว ต้องเล่นชู้ อย่าให้รู้ ถึงผัวได้
    เล่นชู้ ต้องไวไฟ อ่อยเข้าไว้ ไม่เสียแรง
    รักชู้ ต้องเข้มแข็ง ชู้เล่นแรง ต้องทนไหว

    รักชู้ ต้องเข้าใจ เล่นแบบไหน ต้องรู้ทัน
    รักชู้ ต้องแข็งแรง ต้องเหลือแรง เผื่อชู้มา
    รักชู้ อย่าลีลา เมื่อชู้มา อย่าเล่นตัว
    รักชู้ ต้องมารยา ผัวไม่มา สงสัยได้

    รักชู้ อย่าจู้จี้ ถ้าชู้หนี จะเสียศูนย์
    รักชู้ ต้องทุ่มทุน คอยเกื้อหนุน และส่งเสีย
    รักชู้ อย่าอ่อนเพลีย ชู้อาจเขี่ย ทิ้งก้อได้

    รักชู้ ให้แนบเนียน อย่าผิดเพี้ยน ให้ผัวเห็น
    รักชู้ ต้องใจเย็น ร้อนใจเล่น จะเสียการ
    รักชู้ ควรจะรู้ อย่าให้ชู้ ต้องคอยนาน
    รักชู้ ต้องจัดสรร เพราะชู้นั้น สำคัญกว่า

    รักชู้ รู้เวลา ชู้จะมา ผัวต้องไป
    รักชู้ ต้องปั่นหัว อย่าให้ผัว ฉุกคิดได้
    รักชู้ ต้องเอาใจ เหงาเมื่อไหร่ ต้องรีบมา

    รักชู้ ต้องยอมชู้ ไม่งั้นชู้ จะชิ่งไป
    รักชู้ ต้องปันใจ รักผัวให้ น้อยกว่าเดิม
    รักชู้ ต้องหน้าตาย หลอกผัวได้ ไม่เคลือบแคลง
    รักชู้ อย่าอ่อนแรง หมั่นพลิกแพลง อารมณ์ได้

    รักชู้ อย่านอกใจ ชู้ของใคร ชู้ของมัน
    รักชู้ ต้องใจกล้า หากผัวมา ซ่อนชู้ไว้
    รักชู้ ต้องหัวไว ผัวจับได้ ตายแน่เอย !!!!!

    14 อาการของคนกำลังมีความรัก

    1. อยากเห็นหน้าไม่งั้นบ้าตาย  2. คิดถึง ... ตั้งแต่ตื่นนอน ... จนถึงเข้านอน ... หรือไม่ก็ฝันมันซะเลย ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ  3. เห็นหน้าเขาคนนั้นทีไร หัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล  4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้และระยะไกล ไม่ให้เขารู้ตัว ไม่กล้าสบตา เดี๋ยวเขารู้  5. เกาะติดสถานการณ์ เห็นเขาอยู่ไหน พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ใกล้  6. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากได้ยินเสียง อยากยิ้มให้  7. โรแมนติกขึ้นมาหน้าตาเฉย มีการพับดาวใส่ขวด เขียนกลอน เพ้อรำพึงรำพัน  8. เห็นเขาเดินกับใคร คุยกับใคร หัวใจปั่นป่วนจวนจะระเบิด  9. หวั่นไหวไปกับเสียงเพลง และมิวสิควีดีโอ แอบยิ้มหวานคนเดียว  10. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  11. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วนตัวของเขา เกิดวันไหน เรียนห้องไหน บ้านอยู่ไหน เบอร์โทรอะไร หาให้วุ่น  12. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ดูหนังฟังเพลงแบบไหน อะไรนะที่เป็นของโปรด  13. เริ่มคิดหนักว่าเขามีใครเป็นหวานใจหรือยัง แล้วอย่างเรานี่สเป็กเขารึเปล่าเนี่ย เริ่มจินตนาการไปต่างต่างนานา  14. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดวงดาว ลมหนาว ดวงจันทร์ ยันดวงอาทิตย์ ช่วยให้สมหวังทีเท๊อะ

    คำว่าเวลามีค่าขนาดไหนลองอ่านดู





    เวลา

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 10 ปีมีค่าขนาดไหน ถามคู่แต่งงานที่เพิ่งหย่าร้างกัน

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 4 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนิสิตนักศึกษาที่เพิ่งรับปริญญาจากมหาวิทยาลัย

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ปีมีค่าขนาดไหน ถามนักเรียนที่เพิ่งสอบไล่ตก

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 9 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามแม่ที่เพิ่งคลอดลูก

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 เดือนมีค่าขนาดไหน ถามมารดาที่คลอดบุตรยังไม่ครบกำหนด

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 อาทิตย์มีค่าขนาดไหน ถามบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงมีค่าขนาดไหน ถามคนรักที่รอพบกัน

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 นาทีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่พลาดรถไฟ รถประจำทาง หรือเรือบิน

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลา 1 วินาทีมีค่าขนาดไหน ถามคนที่รอดตายจากอุบัติเหตุอย่างหวุดหวิด

    ถ้าท่านอยากรู้ว่าเวลาเสี้ยวหนึ่งของวินาทีมีค่าขนาดไหน ถามนักกีฬาโอลิมปิคที่ชนะเหรียญเงิน

    ถ้าท่านอยากรู้ว่ามิตรภาพมีค่าขนาดไหน ลองเสียเพื่อนสักคนซิ

    เวลาไม่เคยรอใครเมื่อมันผ่านไปแล้วมันจะไม่กลับมาอีกจงใช้เวลาของท่านทุกขณะอย่างดีที่สุด

    ท่านจะรู้คุณค่าของเวลาเมื่อท่านแบ่งปันกับคนที่พิเศษที่สุดในชีวิตของท่าน
    February 11

    ทายนิสัย จากเครื่องดื่ม

    ชอบดื่มน้ำหวาน
         เป็นคน รักสงบ ชอบทำงานประเภทที่มีความมั่นคงปลอดภัย มีความมานะพยายามสูง ค่อนข้างจะยึดมั่นในสิ่งที่ตนคิดเอามากๆ ไม่ใช่คนที่จะยอมรับเอาการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้โดยง่าย ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี มีความสุขอยู่เสมอ และมีความหวังในชีวิตอยู่ตลอดเวลา : )

    ชอบดื่มน้ำอัดลม
         
    มักเป็นคนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองเอามากๆ ไม่มีใครสามารถบังคับให้อยู่ในกฎเกณฑ์ได้ และเป็นคนที่ชอบศึกษา หาความรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อน นอกจากนี้ยังเป็นคนรักการเดินทางมาก ชอบการผจญภัยตลอดเวลา : )

    ชอบดื่มกาแฟ
         
    เป็นคนที่มีความคาดหวังในชีวิตสูงมาก เมื่อตั้งความหวังอะไรไว้ ก็จะพยายามไปให้ถึงสิ่งที่หวังนั้นให้ได้ นอกจากนี้ยังเป็นคนที่ยึดถือในเหตุผล และหลักการ ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นคนจริงจังและตรงไปตรงมามาก ชอบคิดอะไรง่ายๆ แต่ไม่ค่อยมีรายละเอียดในชีวิตนัก : )

    ชอบดื่มน้ำชา
        
     มักเป็นคนที่มีความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตมาก คนที่อยู่ใกล้ชิดมักรู้สึกอบอุ่น และผ่อนคลายทั้งยังสามารถเข้าได้กับคนทุกกลุ่ม และมีเสน่ห์ต่อทุกคน : )

    ชอบดื่มไวน์
         
    มีรายละเอียดและกฎเกณฑ์ในชีวิตเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่รู้จักกาลเทศะ และสามารถเข้าสังคมได้ดี และค่อนค้างจะเป็น พวกอนุรักษ์นิยม มักมีปัญหากับคนที่ชอบทำตัวอิสระเกินขอบเขต : )

    ชอบดื่มเหล้า
         
    แน่นอนว่ามักจะเป็นคนที่รักความสนุกสนาน ชอบแสวงหาความบันเทิง และมักจะสนใจในเรื่องที่มีความสำคัญมากๆ เท่านั้น แต่กับเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัวกลับกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบได้อย่างน่าแปลกใจ : )

    ชอบดื่มเบียร์
         
    ส่วนคนที่ชอบดื่มเบียร์มากที่สุดในบรรดาเครื่องดื่มทั้งหลายนั้น มักเป็นคนที่มีชีวิตชีวา และมีจิตใจที่ฮึกเหิมกล้าหาญมาก และรักการผจญภัยเป็นที่สุด ทั้งยังเป็นคนใจร้อนใจเร็วเสียทุกเรื่อง มีความเป็นอิสระสูงและชอบการแสดงออก : )

    ดื่มได้ทุกอย่าง
         
    เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย รับรู้และเข้าอกเข้าใจ ในความทุกข์ความเศร้าของคนอื่นได้อย่างลึกซึ้ง แต่จะเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัว มักจะสับสนกับความต้องการของตัวเองอยู่เสมอ : )

     

     

    February 10

    วันสิ้น วันลาจาก วันเริ่มต้น

    เมื่อวานนี้เปงวันสุดท้ายของกานเรียนหนังสือแร้ววคิดๆไปก้อน่าเศร้าจะไม่ได้เจออาจานไม่ได้เจอกับเสียงบ่นเสียงว่าของท่านอีกต่อไปแระเปงวันสุดท้ายที่จะได้เจอหน้าน้องเฮ้อคิดๆไปก้อเซงเหมือนเพิ่งมาอยู๋  ร ร นี้ได้ไม่กี่ปีเองก้อจบแระเวลามันผ่านไปเร็วจิงๆตอนบ่ายของวันนั้นมีกิจกรรมปัจฉิมนิเทศน์ ก้อเพิ่งจะรุ ว่ายุ ร ร นี้มาตั้งนาน จะมีคนรุจัก ขนานนี้ ได้ของมาก้อพอควรล่ะ แระก้องง นิดๆว่าไคหว่าาาเวลามาทัก ก้อไม่รุจะทำหน้ายังไง งง ตัวเอง ยุ55+
    ได้ถ่ายรูปคู่กะน้องๆที่อยากถ่ายตั้งเยอะ หุหุ ดีจายเด้วะ เกิดมาไม่เคยดีใจกะเสียใจหร้องกันได้ขนาดนี้เรยยยเฮ้อออเหลือเชื่อๆ
    พอตอนกลางคืนมีพิธีประเพณีของ ร ร ของเรา เปงพิธีที่จัดได้ดีมาก มากจนซึ้งทำไห้เรา บ่อน้ำตาแตกเรยยย ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แร้ว ว่าจะไม่ร้องมันก้ออดไม่ได้ มันเปงความตื้นตัน ดีใจ เศร้าใจ แระปวดใจ ไปพร้อมๆกัน ในชีวิตนี้ก้อเพิ่งเคยเจอก้อวันนี้ล่ะในพิธีตอนท้ายมีการนจับมือน้องๆม.4-5แระก้อม.6จับมือกันเองเพื่ออำลากันเปงวันสุดท้ายที่จะได้เจอกัน(ไม่นับวันสอบ)น้องๆเกือบทุกคนก้อพากันร้องไห้จับมือหรือโอบกอดกับพวกเราทำให้เรารุว่ายังมีน้องๆที่รักเราให้กำลังใจพวกเราอยู๋อีกเยอะแยะ
    ยิ่งเหงเพื่อนร้องไห้แระยิ่งกลั้นน่ำตาไม่ไหวพอจบจากการจับมืออำลา อาจาน สุกัญญา ก้อเข้ามาพูด พร้อมน้ำตา
    แระสั่งสอนพวกเราเปงวันสุดท้ายหลังจากนั้นก้อถึงคิวอาจาน ศักสิทธิ์
     พูดบ้างยิ่งพูดยิ่งทำให้น้ำตาไหล มันไหลออกมาเอง วันเปงวันที่ดีที่สุดในชีวิตอีกวันหนึ่ง ของกานเปงนักเรียนไม่มีไรมากแค่อยากบอกว่ารัก ร ร แห่งนี้มากรักจนไม่รุว่าจะพูดอย่างไรเพราะยุที่นี่มาตั้งแต่อนุบาลจนจบม.6ทำให้ผูกพันกะ ร ร นี้มากไปอีก ยังไงๆก้อจะมาเล่น ร รไห้ได้ เกือบทุกๆวัน(ถ้าทำได้นะ)อยากมาเจอหน้าน้องๆ อาจาน แระก้ออยากให้เพื่อนๆทุกคนกลับมาเยี่ยมอาจานบ้างไม่ว่าไคจะไปยุไกลขนานไหนแต่ทุกคนคือเด็กสาธิตมอดินแดงเราคือสาธิตมอดินแดง
    หลังจากนี้ก้อจะเปงการเริ่มต้นการใช้ชีวิตใหม่ไม่รุว่ามันจะเปงยังไง เพราะมันไม่เคยย แต่ รุยุอย่างเดียวคือต้องเรียนให้จบ นี้คือคำสัญญา..........
    February 08

    มุขน้ำเน่าแต่ยังใช้ได้....

    ~ นอกจากรักเธอแล้ว ฉันก็ไม่เก่งอะไรอีกเลย
    ~ โชคดีนะที่กระจกพูดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเธอต้องมีปมด้อยแน่ๆ
    ~ ดวงดาวยังค้างฟ้าเหมือนเธอที่ยังค้างอยู่บนคาน อิอิ
    ~ เรียนไม่เก่ง หน้าตาไม่ดี คนมาจีบไม่มี หาแฟนไม่ได้ ก็แกนั่นแหละ
    ~ อ่านทำไม ...ไม่รักแล้ว อ่านทำไม อีโธ่ ไม่แน่จริงนี่หว่า
    ~ รักมากรู้ไหม รักใครคนนึง รักคนที่ซึ่งมองยังไง ก็ไม่ใช่เธอ
    ~ ตกใจมั้ย ถ้าบอกรัก ไม่รู้เผลอตอนไหน แต่รักหมดใจ ขออภัยส่งผิด
    ~ รักแรกคือเราสอง รักสำรองเจอน้ำกรด รักทรยศต้อง1.38
    ~ anacondaรัด twisterพัดแตกสลาย men in black ยิงตาย ไม่วายรักเธอ
    ~ ส่งรักไปกับตุ๊กๆ ส่งความสุขไปกับ บขส. ตัวฉันไป ปอ.พ. รถติดรอนิดนะ
    ~ โทรศัพท์มือถือยิ่งโทรยิ่งกินเงิน แต่โทรหาคุณยิ่งโทรยิ่งกินใจ
    ~ เดี๋ยวผมกลับมานะครับ จะไปซื้อตะกร้า เอามาเก็บหัวใจไว้ให้คุณ
    ~ คุณรู้ไหมผมก็เป็นคนนะ ... คนที่รักเธอ
    ~ มีใจแค่ 1 ดวง ครึ่งแรกบอกว่าคิดถึง อีกครึ่งนึงบอกว่ารักเธอ
    ~ ที่หายหน้าไปไม่ใช่ไม่รัก แต่หมอให้พัก ลดน้ำตาลในหัวใจจ้ะ
    ~ ฉันเกิดมาอาภัพ ต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ ก็ซ่อนในหัวใจเธอไง
    ~ หัวใจไม่ว่างเหมือนเดิม เพราะมีเธอมาเพิ่มเติมในใจ
    ~ อยากรู้ไหม ฉันรักใคร ส่องกระจกสิจะได้คำตอบ
    ~ ฉันเป็นคนมารยาทดี เลยmsgมาขออนุญาตรักเธอ
    ~ ทหารรบเพื่อชาติ ปราชญ์เรียนเพื่อรู้ ฉันทำเพื่อเธอ ไม่รู้ทำไม
    ~ ไม่ใกล้ไฟ รู้ได้ไงไฟอุ่น ไม่รักคุณ รู้ได้ไงว่ามีคุณแล้วอุ่นใจ
    ~ การได้พบคุณทำให้ผมกลัวตกนรก เพราะคุณทำให้ผมรู้ว่าสวรรค์มีจริง
    ~ รู้มั้ยที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นเธอในสายตา เพราะเธออยู่ในหัวใลยอ่ะ
    ~ รู้ป่ะเธอเป็นคนโลภมาก - ตรงไหนเนี่ย - ก็เธอเอาหัวใจเราไป4ห้องเลยนี่
    ~ เธอหนาวป่าว - หนาวสิ เธอไม่หนาวเหรอ - ไม่อ่ะ แค่มาใกล้เธอเราก็อุ่นใจ
    ~ รู้มะ...ทำไมกาแฟถึงขม...มันรอความรักเราสองคนมาเติมความหวานให้ไง
    ~ หน้าคุณเปลี่ยนไปเรื่อยๆเหรอไง...ทำไมมองยังไงก็ไม่เบื่อ
    ~ ยกเท้าขึ้นหน่อย เธอเหยียบของๆเราอ่ะ ... เหยียบหัวใจเรา
    ~ ยืมไฟฉายหน่อยจิ จะเอาไปส่องหน้า เราจะได้ไม่หน้ามืดหลงรักเธอมากกว่านี้